ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับตาเขม่น หรือตากระตุก

ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับตาเขม่น หรือตากระตุก

ตาเขม่น หรือ ตากระตุก เป็นการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหนังตา ในคนส่วนใหญ่อาการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรนั้นยังไม่มีคำคอบที่ชัดเจนครับแต่ว่าสาเหตุของอาการดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับความเครียด

อาการนี้มักพบได้ในผู้ที่มีอายุสูงครับ มีข้อมูลบอกว่าพบในผู้ที่มีอายุ 50-60 ปี แต่บางข้อมูลก็บอกว่าพบที่อายุ 45-50 ปี แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ พบว่าผู้หญิงจะเกิดอาการนี้มากกว่าผู้ชายครับ

ตาเขม่น หรือ ตากระตุก ถ้าไม่รุนแรงมากก็สามารถหายได้เอง โดยที่เราไม่ต้องกินยา ไม่ต้องทำอะไรแค่พักผ่อนและนอนหลับอย่างเพียงพอ

เรื่องตาเขม่นบ่อยนี้ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับพ่อผมเองเลยครับ พ่อผมมาถามผมว่า “พ่อตาเขม่นบ่อย มันจะเป็นโรคอะไรหรือป่าวลูก ?” ผมก็เลยบอกพ่อว่า ถ้าพ่อเกิดตาเขม่นบ่อย ๆ ให้พ่อไปหาหมอตรวจตาอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุของโรคนะ เพราะ โรคตาบางอย่างอาจทำให้เกิดอาการนี้ได้ ถ้าได้รับการรักษาโรค อาการตาเขม่น หรือ ตากระตุก ก็จะหายไปได้นั้นเอง

โรคตาที่ทำให้เกิดตาเขม่น หรือ ตากระตุก เช่น เปลือกตาอักเสบ ตาแห้ง ขนตาม้วนเข้าไปแทงข้างในตา การติดเชื้อของตา กระจกตาอักเสบ ต้อหิน ต้อกระจก โรคจอประสาทตา

อย่างที่กล่าวไปว่าอาการตาเขม่น หรือ ตากระตุกนั้นไม่ได้เป็นอาการอะไรที่รุนแรงมาก บางคนอาจมองว่าอย่างมากถ้าเกิดบ่อยขึ้น หรือ ถี่ขึ้นเราก็แค่ต้องทนกับความรำคาญเอง ปล่อยทิ้งไว้ทำลืม ๆ เดี๋ยวมันก็หายเอง แต่ความคิดแบบนี้ถือว่าผิดนะครับ เพราะถ้าเราปล่อยทิ้งไว้อาการมันจะแย่ลง จนบางคนมีอาการตากระตุกแรง พูดไปกระพริบตาไป บางคนพูดไปใบหน้ากระตุกไปก็มี เราควรจะไปตรวจเพื่อหาสาเหตุของการเกิดอาการดังกล่าวมากกว่า โดยส่วนตัวบอกพ่อไปว่า ถ้ามีตาเขม่น หรือ ตากระตุก แรก ๆ ให้ไปนอนพัก นอนเล่น ดูทีวี ฟังเพลง เล่นกะหลาน (ข้างบ้าน) ถ้าผ่านไปวันนึง อาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการขึ้นมาอีกในช่วงเวลาที่ผ่านมาแค่ไม่กี่วันเอง ให้พ่อไปหาหมอตรวจหา

สำหรับการรักษาของอาการนี้นะครับ ปัจจุบันที่นิยมกัน คือ การฉีด botulinum toxin บริเวณที่มีอาการ ซึ่งเป็นการรักษาที่ให้ผลดีมาก โดยตาจะหายกระตุกตามอายุฤทธิ์ของยา ซึ่งปกติจะอยู่ที่ ภายใน 2-3 เดือน ครับ แต่บางคนอาจอยู่ได้ 6-9 เดือน เลยครับ สุดท้ายถ้าใช้ยาฉีดแล้วไม่ได้ผลถึงจะใช้วิธีผ่าตัดครับ

อ้างอิง

http://eyebankthai.redcross.or.th/?page_id=649
https://med.mahidol.ac.th/ramachannel/old/index.php/knowforhealth-201410-5/

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา