คอลลาเจนกับผู้สูงวัย

คอลลาเจนกับผู้สูงวัย จำเป็นจริงๆ หรือแค่การตลาด?

สมัยนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “คอลลาเจน” คงรู้กันดีว่าคอลลาเจนช่วยให้ผิวหนังของเราคงสภาพได้ พูดง่ายๆ ว่า คอลลาเจนจะช่วยให้ผิวขงเราไม่เหี่ยวย่น แลดูอ่อนเยาว์ อีกอย่างคอลลาเจนก็ช่วยเรื่องข้อด้วย ปกติแล้วร่างกายของคนเราจะมีการสร้างคอลลาเจนอยู่แล้ว แต่เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะมีการสร้างคอลลาเจนน้อยลง จึงมีความพยายามที่จะรับประทานคอลลาเจนเสริมเข้าไป แต่เรารู้หรือไม่ว่า เราจควรรับประทานคอลลาเจนอย่างไรให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

เริ่มแรกเราควรรู้ก่อนว่าคอลลาเจนคืออะไร คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งมีลักษณะเป็นสายโปรตีน 3 สายมาพันเกลียวกัน โดยแต่ละสายพบว่าจะมีกรดอะมิโน (เป็นหน่วยในการสร้างโปรตีน) เป็นส่วนประกอบ 3 ชนิด ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นกรดอะมิโนที่เกิดขึ้นมาได้เมื่อกรดอะมิโนชนิดหนึ่งทำปฏิกิริยาเติมสารเข้าไปซึ่งในปฏิกิริยาการเติมสารเข้าไปนั้นมันจะต้องอาศัยเอนไซม์ชนิดหนึ่ง ซึ่งจุดสำคัญมันอยู่ตรงนี้ คือ เอนไซม์ดังกล่าวนั้นจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อมีวิตามินซีมาเป็นตัวร่วม ดังนั้นวิตามินซีจึงมีความสำคัญในการสร้างคอลลาเจนนั่นเอง

บางคนอาจจะตั้งคำถามว่า “คอลลาเจนรับประทานไปจะส่งผลบำรุงผิวได้จริงหรอ ไม่ถูกย่อยหมดไปก่อนจะดูดซึมหรอ” มีการศึกษาหนึ่งระบุว่าการรับประทานอาหารเสริมคอลลาเจนร่วมกับสารอาหารทางผิวหนังอื่นๆ จะช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น คืนความชุ่มชื้น และมีความหนาแน่นของผิวเพิ่มขึ้นเมื่อรับประทานไปแล้ว 3 เดือน

แต่ก่อนที่คอลลาเจนจะไปสร้างประโยชน์ตามต้องการได้นั้น มันจะต้องถูกดูดซึมเสียก่อน ซึ่งมีคำแนะนำออกมาว่า
1. ให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ เพราะร่างการจะดูดซึมสารในรูปสารละลาย
2. รับประทานวิตามินซี เพราะพบว่าวิตามินซีจะช่วยเรื่องการดูดซึม และสุดท้าย
ข้อ 3 ให้รับประทานคอลลาเจนตอนเช้าขณะท้องว่างเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึม

ปกติแล้วคอลลาเจนจะมีขนาดโมเลกุลที่ใหญ่ซึ่งจะส่งผลต่อการละลายและการดูดซึม จึงมีกรรมวิธีทำให้คอลลาเจนมีขนาดโมเลกุลที่เล็กลง พบว่า ความสามารถในการละลายและการดูดซึงของคอลลาเจนดีขึ้น เค้าจะเรียกคอลลาเจนแบบนี้ว่า ไฮโดรไลซ์คอลลาเจน (hydrolyzed collagen, HC) ดังนั้นในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คอลลาเจนจึงควรเลือก ไฮโดรไลซ์คอลลาเจน นอกจากนี้คอลลาเจนก็มีหลายชนิด โดยทั่วไปที่เราเห็นวางขายอยู่มักจะเป็นคอลลาเจนชนิดที่ 1 ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่พบมากที่สุดในผิวหนัง ส่วนคอลลาเจนชนิดที่ 2จะมีอยู่ในกระดูกอ่อนคนจึงมักเลือกคอลลาเจนชนิดที่ 1 หากหวังผลด้านผิวหนัง ส่วนคอลลาเจนชนิดที่ 2 หากจะหวังผลในด้านการบำรุงข้อ แต่ถึงอย่างไรก็ตามคอลลาเจนชนิดที่ 1 นอกจากจะพบที่ผิวหนังแล้ว ยังพบได้ในกระดูก ฟัน เส้นเอ็น หลอดเลือด และอวัยวะต่างๆด้วย

สำหรับผู้สูงอายุ….ร่างกายของคนเราจะเริ่มมีการสูญเสียคอลลาเจนที่อายุ 18-29 ปี พออายุ40 ปี ร่างกายก็จะสูญเสียคอลลาเจนได้ประมาณปีละ1% และพออายุประมาณ 80 ปี การผลิตคอลลาเจนในร่างกายก็จะลดลงถึง 75% เมื่อเทียบกับวัยหนุ่มสาว ดังนั้นจึงเห็นสมควรที่จะมีการเสริมคอลลาเจน

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://biology.ipst.ac.th/?p=949
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6835901/
https://www.rama.mahidol.ac.th/rama_hospital/th/services/knowledge/11022020-0942
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6891674/

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา