ทำความเข้าใจอาการไอจากยาลดความดันโลหิตสูง

ทำความเข้าใจ อาการไอจากยาลดความดันโลหิตสูง

ตามแนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง ของ สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย จะมียาให้เลือกใช้ 5 กลุ่ม ดังนี้ 1. ยากลุ่ม angiotensin converting enzyme inhibitors (ACEIs) 2. ยากลุ่ม angiotensin receptor blockers (ARBs) 3. ยากลุ่ม beta-blockers 4. ยากลุ่ม calcium-channel blockers (CCBs) และ 5. กลุ่มยาขับปัสสาวะ โดยพบว่าการเลือกใช้ยาชนิดใดในยา 5 กลุ่มนี้ จะให้ประสิทธิภาพในการลดความดันโลหิตและลดอัตราการเกิดโรคเกี่ยวกับระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ใกล้เคียงกัน แต่แพทย์จะเลือกใช้ยาชนิดใดนั้นจะพิจารณาตามความเหมาะสมของผู้ป่วยเป็นราย ๆ ไป

กลุ่มยา ACEIs และกลุ่มยา ARBs จะมีความใกล้เคียงกันมากเนื่องด้วยยาทั้ง 2 กลุ่มนี้ออกฤทธิ์ต่อระบบเดียวกัน ระบบนั้น คือ rennin-angiotensin-aldosterone system (RAAS) ซึ่งระบบนี้เป็นระบบที่ควบคุมความดันโลหิตควบคุมการทำงานของไต โดยอธิบายคร่าว ๆ ดังนี้ มีสารตัวหนึ่งที่ร่างกายผลิตขึ้นแล้วไปทำให้ความดันโลหิตสูงได้ แต่ก่อนที่สารนี้จะไปมีผลทำให้ความดันโลหิตสูงได้นั้นมันจะต้องถูกเปลี่ยนเป็นสารอีกชนิดหนึ่งซึ่งสารที่เกิดขึ้นมานี้จะไปจับกับตัวรับแล้วมีผลทำให้ความดันโลหิตสูง โดยเอนไซม์หนึ่งที่มีชื่อว่า Angiotensin-Converting Enzyme จะเป็นเอนไซม์ที่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงสารดังกล่าวก่อนจะได้สารที่ไปจับกับตัวรับ ยากลุ่ม ACEIs จะไปยับยั้งเอนไซม์ดังกล่าว การใช้ยาในกลุ่มนี้จึงสามารถลดความดันโลหิตสูงได้ เหมือนเป็นการตัดตอนไม่ให้เกิดสารที่จะไปทำให้ความดันโลหิตสูง ส่วนยาในกลุ่ม ARBs มันจะออกฤทธิ์ลดความดันโลหิตสูงโดยการไปจับกับตัวรับแล้วไม่ให้ออกฤทธิ์เพิ่มความดันโลหิต อย่างที่กล่าวไปสารที่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยเอนไซม์ Angiotensin-Converting Enzyme จะเกิดเป็นสารอีกชนิดหนึ่งขึ้น ซึ่งสารชนิดนี้จะไปทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงได้มันจะต้องไปจับกับตัวรับของมันเสียก่อน แต่การใช้ยาในกลุ่ม ARBs มันจะไปจับกับตัวรับดังกล่าวแทน

ยาในกลุ่ม ACEIs เป็นยาที่มักถูกเลือกใช้ในผู้ป่วยความดันโลหิตสูงเกือบทุกราย ถ้าสังเกตดู ยาในกลุ่มนี้จะลงท้ายด้วย –pril เช่น Enalapri lCaptopril Lisinopril ฯลฯ ซึ่งผลข้างเคียงอย่างหนึ่งที่พบได้บ่อยคือ อาการไอ

อาการไอจากยาในกลุ่ม ACEIs มักเป็นการไอแบบแห้ง ๆ ไม่มีเสมหะ พบได้ในคนที่ใช้ยาประมาณ 5-30% โดยผลที่ทำให้เกิดอาการไอนี้ อาจเกิดได้ตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงหลังรับประทานยาหรืออาจจะเป็นสัปดาห์หรืออาจจะเป็นเดือนหลังรับประทานยาก็ได้ ซึ่งอาการนี้พบได้ในยากลุ่มACEIs ทุกชนิด โดยหลังที่ไม่ได้รับประทานยาอาการจะดีขึ้นเองใน 1-4 สัปดาห์ แต่บางรายกว่าอาการจะดีขึ้นก็หลังหยุดยาถึง 3 เดือน

หากเกิดอาการไอจากการใช้ยาในกลุ่ม ACEIs ขึ้น ถ้าอาการไม่รุนแรงหรือส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันมากอาจพิจารณาให้ใช้ยาต่อ แต่หากไม่สามารถทนได้แนะนำให้หยุดยาและใช้ยาในกลุ่ม ARBs แทน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเปลี่ยนแปลงการรับประทานยาไม่สามารถกระทำได้ด้วยตัวผู้ป่วยเอง หากมีความผิดปกติอะไรจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์รับทราบก่อน

ข้อมูลจาก
http://www.thaiheart.org/images/column_1563846428/Thai%20HT%20Guideline%202019.pdf
http://www.thaihypertension.org/files/241_1.42%20p.17-18%20back_a.bunharn%20vol.42_5.pdf
http://clmjournal.org/_fileupload/journal/273-1-2.pdf
https://ccpe.pharmacycouncil.org/showfile.php?file=788

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา