ปวดท้องเฉียบพลัน อันตรายแค่ไหน

ปวดท้องเฉียบพลัน อันตรายแค่ไหน

อาการปวดท้องสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย การวินิจฉัยโรคของแพทย์จึงขึ้นอยู่กับการซักประวัติและการตรวจร่างกายเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม อาการที่ต้องสังเกตและให้ความสำคัญอย่างมาก คือ อาการปวดท้องแบบเฉียบพลันซึ่งเกิดขึ้นและทวีความรุนแรงในเวลาเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน เพราะต้องให้การรักษาแบบเร่งด่วนเนื่องจากมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

ตำแหน่งที่ปวด สามารถบอกโรคได้

ระบบประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวดของอวัยวะในช่องท้องจะมีเส้นประสาทเชื่อมโยงกันไปมาและมารวมที่ผนังหน้าท้อง ทำให้สามารถแยกโรคตามตำแหน่งอวัยวะในช่องท้องได้ ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

กลุ่มที่ 1 อวัยวะกลุ่มหลอดอาหารส่วนปลาย กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กส่วนต้น ตับ ตับอ่อน และทางเดินน้ำดี ตำแหน่งที่ปวดพบได้บริเวณระหว่างลิ้นปี่จนถึงระดับเหนือสะดือ หากสาเหตุเกิดจากตับและทางเดินน้ำดีตำแหน่งที่ปวดมักอยู่ค่อนไปทางช่องท้องด้านขวาบน

กลุ่มที่ 2 ลำไส้เล็กส่วนปลาย ลำไส้ใหญ่ส่วนต้นๆ (ช่วง 2/3 ส่วนแรก) และไส้ติ่ง ตำแหน่งที่ปวดจะอยู่บริเวณรอบๆ สะดือ

กลุ่มที่ 3 ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย คือ 1 ใน 3 ส่วนด้านท้ายของลำไส้ใหญ่ ตำแหน่งที่ปวดมักอยู่บริเวณระหว่างสะดือถึงหัวหน่าว

แต่บางครั้งตำแหน่งที่ปวดก็อาจไม่ตรงกับตำแหน่งสาเหตุ ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า “Referred Pain” โดยผู้ป่วยจะบอกตำแหน่งที่ปวดห่างไปจากอวัยวะที่เป็นสาเหตุ ทั้งนี้ เพราะเส้นประสาทที่นำความรู้สึกปวดจากอวัยวะภายในวิ่งเข้าสู่ไขสันหลังในระดับที่อาจไม่ตรงกับตำแหน่งของอวัยวะภายในนั้นๆ

นอกจากนี้ลักษณะอาการปวดท้องก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะพบ 3 แบบ คือ

ปวดบิดๆ ลักษณะปวดท้องเป็นพักๆ มีช่วงที่บรรเทาปวดจนเกือบหายสนิท หรือหายสนิทสลับกับช่วงเวลาที่ปวดมาก ระยะเวลาปวดแต่ละครั้งนานเป็นนาที สาเหตุของโรค ได้แก่ การปวดจากลำไส้บิดเกร็งเมื่อมีการติดเชื้อ เป็นต้น

ปวดแบบจุกแน่น เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น หากมีอาการมากบริเวณลิ้นปี่มักมาจากกระเพาะอาหาร ซึ่งหากปวดรุนแรงต่อเนื่องหลายชั่วโมงตำแหน่งปวดอยู่ที่ลิ้นปี่และ/หรือชายโครงขวา อาจเกิดจากท่อทางเดินน้ำดีอุดตัน และ/หรือถุงน้ำดีอักเสบได้

ปวดทั่วๆ ไม่มีลักษณะจำเพาะ การวินิจฉัยโรคจะต้องพิจารณาจากอาการอื่นๆ ด้วย เช่น หากตับโต มีไข้ ตัวเหลืองตาเหลือง อาจเกิดจากภาวะตับอักเสบ เป็นต้น

ปวดแบบไหน ควรไปหาหมอ

• ปวดบริเวณท้องน้อยด้านขวา
• ปวดนานมากกว่า 6 ชั่วโมง และอาการเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ กินยาแก้ปวดเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น
• ปวดมากจนกินอาหารไม่ได้ อ่อนเพลีย อาเจียนหรือถ่ายเหลวหลายครั้ง

หรือหากมีอาการร่วมดังต่อไปนี้ เช่น มีไข้ ตัวเหลืองหรือตาเหลือง ปัสสาวะแสบขัด หายใจหอบเหนื่อย มีภาวะเลือดออกผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษา

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา