พญายอ สมุนไพรไทย ใช้รักษาโรคผิวหนัง

พญายอ สมุนไพรไทย ใช้รักษาโรคผิวหนัง

ชื่อสมุนไพร : เสลดพังพอน (พญายอ)
ชื่ออื่นๆ/ชื่อท้องถิ่น : เสลดพังพอนตัวเมีย , พญาปล้องทอง พญาปล้องดำ (ภาคกลาง) , พญาปล้องคำ (ลำปาง) , ผักมันไก่ , ผักลิ้นเขียด (เชียงใหม่) , โพะโซ่จาง (กะเหรี่ยง) , ชิงเจี้ยง หนิ่วซิ้วฮวา (จีนกลาง)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Clinacanthus nutans (Burm.f.) Lindau
ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ : Clinacanthus burmanni Nees
วงศ์ : ACANTHACEAE

พญายอ หรือมีอีกชื่อว่า “เสลดพังพอน” นิยมใช้ตัวเมียเป็นยา เพราะตัวผู้ลำต้นมีหนาม เก็บใช้ทำยาลำบาก จัดเป็นสมุนไพรที่เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ มีฤทธิ์ลดอักเสบ ต้านเชื้อไวรัสเริม และงูสวัด ถูกพัฒนาเป็นยาในหลายรูปแบบคือ แบบกลีเซอรีนป้ายปาก ใช้รักษาแผลในปาก เริมที่ริมฝีปาก และยังใช้บรรเทาอาการเยื่อบุช่องปากอักเสบ จากการฉายแสงหรือให้ยาเคมีบำบัด

กลีเซอรีนพญายอ เป็นยาตัวแรกของอภัยภูเบศรที่ถูกพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2529 สำหรับเด็กที่ป่วยเป็นเริมที่ปาก และยังมีงานวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลว่า การใช้ยากลีเซอรีนพญายอทาแผลในช่องปากวันละ 3 ครั้ง ในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอที่ฉายแสง โดยทายาตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดที่ฉายแสง ช่วยลดความรุนแรงของเยื่อบุปากอักเสบ ลดความปวด และลดการอักเสบได้ดีกว่ายาแผนปัจจุบัน

แบบครีม สำหรับใช้ทาผดผื่นคัน เริม งูสวัด

แบบขี้ผึ้ง ใช้สำหรับทาถู ทาถูบริเวณที่แมลงสัตว์กัดต่อย (บางคนใช้ทาแก้ปวดเมื่อย)

แบบคาลาไมน์ ใช้ทาแก้ผื่นลมพิษ หรือผดผื่นคันก็ใช้ได้เหมือนกัน โดยถ้ามีอาการคันมาก หรือมีอาการผดผื่นคันที่ผิวบริเวณกว้าง ใช้คาลาไมน์ก็จะสะดวกกว่าแบบครีม เพราะตัวยาจะกระจายตัวได้ดีกว่า และในสูตรตำรับคาลาไมน์จะมีซิงค์ออกไซด์ ช่วยบรรเทาอาการระคายเคืองของผิวหนังได้ และช่วยสมานแผล

พญายอเป็นยาโรคผิวหนังที่ปลอดภัย ใช้ได้ทุกเพศทุกวัยไม่จำกัด ทาได้บ่อยๆ วันละ 3-5 ครั้ง บริเวณที่มีอาการ แต่กรณีที่เป็นเริมหรืองูสวัด ขอแนะนำให้ทายาวันละ 5 ครั้ง เนื่องจากเชื้อไวรัสมีการแบ่งตัวได้ไว การทายาบ่อยๆ จะทำให้รอยโรคดีขึ้นไว โดยพบว่าภายใน 3 วัน แผลจะตกสะเก็ด และภายใน 7-10 วันจะหาย

หากคนไข้เป็นงูสวัดบริเวณใกล้อวัยวะสำคัญ เช่น บริเวณศีรษะ ลำคอ ดวงตา หรือมีรอยโรคกว้างดูรุนแรง พบตุ่มหนอง อายุ 60 ปีขึ้นไป ควรพบแพทย์เพื่อกินยาแผนปัจจุบันร่วมด้วย เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ตามมา เช่น อาการปวดตามแนวประสาทหลังเป็นงูสวัด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์
และขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบ : https://www.disthai.com

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา