ยาทาผิวลดรอยเหี่ยวย่นจำเป็นสำหรับผู้สูงวัยจริงหรือ

ยาทาผิวลดรอยเหี่ยวย่น จำเป็นสำหรับผู้สูงวัยจริงหรือ?

เมื่ออายุมากขึ้นการสังเคราะห์คอลลาเจนก็จะน้อยลง รังสีอัลตราไวโอเลต ฝุ่นละออง สภาวะแวดล้อมรอบตัวก็จะมีผลต่อเรื่องผิวพรรณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้หญิงที่หมดประจำเดือน ร่างกายจะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน สภาพผิวจึงอาจมีปัญหาได้ ด้วยปัจจัยดังกล่าวจึงอาจพบว่าผิวมีรอยเหี่ยวย่น มีริ้วรอย ไม่ชุ่มชื้น ฯลฯ มีการใช้ยาเพื่อช่วยชะลอวัย หรือเพื่อช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว มีสารชนิดหนึ่งที่เค้าใช้เป็นตัวฟื้นฟูสภาพผิวกัน สารนั้นคือ สารกลุ่มเรตินอยด์ หรือ อนุพันธ์เรตินอยด์

ปัจจุบันคนเรามักจะเริ่มใส่ใจหรือดูแลเรื่องผิวพรรณกันตั้งแต่วัยรุ่น (ช่วงอายุ 13-19 ปี) ปัญหาทางผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด คือ เรื่องของสิว ซึ่งเรื่องนี้มีประเด็นที่เข้าใจผิดกันอยู่ คือ วัยรุ่นจะเข้าใจว่าการเป็นสิวนั้นมักเกิดจากความสกปรกวัยรุ่นจึงหมั่นล้างหน้าในวันนึงหลายครั้ง ซึ่งความจริงแล้ว สิว ไม่ได้มีสาเหตุมาจากความสกปรกอย่างเดียว เรื่องของฮอร์โมน เรื่องของไขมันอุดตันรูขุมขนก็ทำให้เกิดสิวได้เช่นกัน การล้างหน้าบ่อย ๆ จะทำให้ขบวนการสร้างเคอราตินของเซลล์ผิวหนังไม่เกิดขึ้นตามปกติ สภาพผิวก็จะแย่กว่าเดิมได้

ในผู้ใหญ่ตอนต้น (ช่วงอายุ 20-29 ปี) วัยนี้อาจประสบปัญหาเรื่องผิวหน้ามันหรือเป็นสิว และ ผู้ใหญ่ช่วงอายุ 30-39 ปี ผิวพรรณของสาววัยนี้เริ่มขาดความชุ่มชื้นและไม่เปล่งปลั่งสดใสเหมือนแต่ก่อนแล้ว และสำหรับวัยกลางคน (ช่วงอายุ 40-49 ปี) จะมีปัญหาเรื่องผิวมากหน่อย เพราะช่วงอายุนี้มักจะพบภาวะหมดประจำเดือน มีการสูญเสียไขมันชั้นใต้ผิวหนังทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นลดลง เมื่อพิจารณาจะเห็นว่าคนในอายุที่ต่างกัน จะมีปัญหาทางผิวหนังที่ต่างกัน การดูแลรักษาย่อมมีวิธีที่ต่างกันไปด้วย

สำหรับสารกลุ่มเรตินอยด์ หรือ อนุพันธ์เรตินอยด์ ในเรื่องของการดูแลผิวพรรณ หรือ การชะลอวัย โดยเรตินอยด์เป็นสารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการในร่างกายหลายแบบ เช่น การเจริญของตัวอ่อน การสืบพันธุ์ การอักเสบ การเปลี่ยนแปลงรูปร่างและส่วนประกอบของเซลล์ การแบ่งเซลล์ เป็นต้น สารในกลุ่มเรตินอยด์นี้ ได้แก่ วิตามินเอหรือเรตินอลซึ่งกลไก คือ การจับกับตัวรับภายในนิวเคลียสของเซลล์ผิว เมื่อจับกันแล้วจะส่งสัญญาณให้เกิดการกระตุ้นการแบ่งเซลล์ใหม่ เซลล์ที่ผิดปกติก็จะถูกยับยั้ง การสังเคราะห์คอลลาเจนและอีลาสทินจะถูกกระตุ้นมากขึ้นการสังเคราะห์เอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสลายคอลลาเจนก็จะถูกยับยั้งลงจึงมักถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ชะลอวัย แต่การที่เราจะใช้สารนี้ได้นั้นเราต้องพิจารณาถึงประสิทธิภาพและผลข้างเคียงที่จะได้รับ

ในรูปแบบยาทาพบว่ามีประสิทธิภาพดีในการชะลอวัยแต่ผลข้างเคียงที่จะได้รับ คือผิวจะมีลักษณะแดง บวม รู้สึกคัน ระคายเคือง แสบร้อนในบริเวณที่ทา และรูขุมขนกว้างขึ้นได้โดยผลข้างเคียงเหล่านี้จะพบได้ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังทายา แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่จะได้รับเมื่อทายา คือ ความไวต่อแสงมากขึ้น แต่ไม่ต้องตกใจไป เพราะเมื่อใช้ยาเดิมไปประมาณ 1-3 เดือนความไวต่อแสงก็จะกลับสู่ระดับปกติเอง

ข้อมูลจาก
https://ccpe.pharmacycouncil.org/showfile.php?file=861
https://oryor.com/%E0%B8%AD%E0%B8%A2/detail/media_printing/1058

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา