รังนกแท้ กับประโยชน์เสริมภูมิคุ้มกัน

รังนกแท้ กับประโยชน์เสริมภูมิคุ้มกัน

หนึ่งในอาหารที่ได้รับการยอมรับจากงานวิจัยว่าช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีนั่นก็คือ รังนกแท้ที่มี NANA (นานะ) ที่มีส่วนช่วยในเรื่องนี้

ทำไมรังนกแท้ถึงได้รับการยอมรับ

จากความเชื่อในประโยชน์ด้านต่าง ๆ ของรังนก ทำให้มีการศึกษาองค์ประกอบของรังนกและพบว่า รังนก มีส่วนประกอบหลักเป็นโปรตีนประมาณ 40-60%, คาร์โบไฮเดรต, กรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิด ได้แก่ ทรีโอนีน ไลซีน เมไธโอนีน วาลีน ไอโซลูซีน ลูซีน ฟีนิลอะลานีน และ ทริปโตเฟน รวมถึงมีแร่ธาตุที่พบคือ แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และแมงกานีส โปรตีนที่พบในรังนกมีคุณสมบัติพิเศษ เพราะเป็น ไกลโคโปรตีน ที่มี NANA (นานะ)

รู้จัก NANA (นานะ) ในรังนก

สารที่ถูกพูดถึงอย่างมากใน รังนกแท้ คือ ไกลโคโปรตีน ที่มี NANA (นานะ หรือ N-Acetyl-Neuraminic Acid) หรือเรียกว่า กรดไซอะลิค (Sialic Acid) ซึ่งเป็นสารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งพบได้น้อยมากในโปรตีนชนิดอื่น โดยในรังนกจะพบปริมาณ NANA (นานะ) ประมาณ 9% ในเนื้อไก่ และเนื้อเป็ด พบนานะน้อยมากพบเพียง 0.02% และ ในเนื้อปลาแซลมอน พบเพียง 0.01%

จากการศึกษาวิจัย พบว่า สารสำคัญในรังนกมีฤทธิ์ยับยั้งการติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ เข้าสู่เซลล์ ด้วยกลไกการจับกับเชื้อไวรัสโดยตรง และการขัดขวางการจับตัวระหว่างเชื้อไวรัสกับเซลล์เม็ดเลือดแดง นักวิจัยพบว่ารังนกที่มีปริมาณ NANA (นานะ) สูงก็จะมีความสามารถในการต้านไวรัสดีขึ้น ดังนั้น NANA (นานะ) จึงอาจเป็นสารสำคัญในการต้านไวรัส นอกจากนี้ยังพบว่าไกลโคโปรตีนในรังนกทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวเพิ่มจำนวน จึงนับได้ว่า รังนก มีส่วนช่วยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

รังนกแท้กับประโยชน์ตามความเชื่อของชาวจีน

ที่มาที่ไปของการทานรังนกนั้น มีจุดเริ่มต้นที่สืบย้อนไปได้หลายพันปีตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง ในยุคนั้นรังนกถือว่าเป็นสิ่งที่มีค่า ถูกยกให้เป็นเครื่องเสวย สำหรับองค์จักรพรรดิ ฮ่องเต้ และ มักใช้มอบเป็นของขวัญให้กับเหล่าเชื้อพระวงศ์ และ ข้าราชการระดับสูงของจีน เพราะในตำรับยาแพทย์จีนโบราณ จัดรังนกมีฤทธิ์กลางๆ ค่อนไปทางเย็น มีสรรพคุณทั้งบำรุงพลังและขับระบายความร้อน จึงกลายเป็นยาบำรุงกำลังชั้นดีในการฟื้นฟูสุขภาพจากการเจ็บป่วย บำรุงหยินที่ปอด ช่วยให้ปอดชุ่มชื้น ขับเสมหะ บรรเทาอาการไอ และส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันทำให้ร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้ ชาวจีน ยังนิยมรับประทานรังนก เพราะเชื่อว่า รังนกเป็นอาหารบำรุงสุขภาพ บำรุงผิวพรรณ การรับประทานรังนกช่วยให้อายุยืน ผิวพรรณดี และชะลอความชรา ซึ่งรังนกนั้นหาได้ยากและมีราคาแพงจึงได้รับฉายาว่า “คาร์เวียร์แห่งโลกตะวันออก” หรือ “ทองคำขาวแห่งท้องทะเล”

รังนกแท้ vs รังนกปลอม?

คำถามที่ทุกคนอาจจะสงสัยอยู่คือเราจะแยกแยะรังนกที่ดีมีคุณสมบัติอย่างไร? โดยรังนกที่ได้รับการยอมรับที่สุดนั้น คือ รังนกขาว เป็นรังนกที่พบส่วนใหญ่ตามธรรมชาติ รังนกคุณภาพดีมีเส้นยาว ขาว สะอาด และมีขนาดใหญ่ จึงถือเป็นรังนกที่มีความบริสุทธิ์ ปราศจากสิ่งปลอมปน

ศาสตราจารย์ ลี และคณะ จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีนันยาง ประเทศสิงค์โปร์ ได้ทำการศึกษาวิจัยโครงสร้างทางเคมีต่อการเปลี่ยนแปลงของสีของรังนก พบว่า รังนกสีขาวตามธรรมชาติ จะสามารถเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือสีอื่นๆได้นั้น เกิดจากปฏิกิริยาทางเคมีของรังนกกับอากาศในถ้ำรังนก หรือในบ้านรังนกที่มีความชื้นและมีก๊าซไนโตรเจนสูง โดยไกลโคโปรตีนในรังนกจะทำปฎิกริยากับสารกลุ่มไนเตรตทำให้เกิดสีขึ้น ทำให้รังนกไม่บริสุทธิ์ และอาจมีผลเสียต่อสุขภาพ

จึงทำให้รังนกแท้ปัจจุบันในมีราคาแพงมาก จนเกิดการผลิตรังนกปลอมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันมากจนไม่สามารถแยกได้ด้วยการมองด้วยตาเปล่า ลักษณะของรังนกปลอมส่วนใหญ่จะผลิตจากยางไม้ชนิดหนึ่ง คือ ยางคารายา ซึ่งมีลักษณะสีขาว หรือ สีเหลืองอมชมพูจนถึงสีนํ้าตาลเข้ม ไม่ละลายนํ้า แต่สามารถดูดนํ้าทำให้พองตัวคล้ายวุ้น ขุ่นเล็กน้อย เมื่อนำมาต้มจะคล้ายรังนกแต่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

เพื่อให้สามารถแยกความแตกต่างระหว่างรังนกแท้ และรังนกปลอมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมีการนำเทคนิคอินฟราเรดสเปคโตรสโคปี (Infrared spectroscopy: FTIR) ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับเครื่องตรวจเพชรมาใช้ในกระบวนการตรวจสอบ โดยรังนกแท้จะมีรูปแบบของอินฟราเรดสเปคตรัม (Infrared spectrum) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรังนกแท้ จึงสามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นรังนกแท้หรือรังนกปลอม

ดังนั้นในการเลือกซื้อรังนกจึงควรพิจารณาจากผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายที่มีความน่าเชื่อถือในกระบวนการตรวจสอบวัตถุดิบรังนกที่ใช้ในการผลิต และได้รับการรับรองมาอย่างยาวนาน เพื่อให้เราได้ของที่มีคุณภาพ

ขอบคุณข้อมูลจาก : mthai.com https://mthai.com/tell/76354.html
ขอบคุณภาพประกอบจาก : mthai.com

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา