สว. ยุคโควิดระบาดต้องรู้ Home Isolation คืออะไร?

สว. ยุคโควิดระบาดต้องรู้ Home Isolation คืออะไร?

Home Isolation หรือการแยกกักตัวที่บ้าน และ Community Isolation คือการแยกกักตัวในชุมชน

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ได้ออกมาชี้แจงแนวทางเรื่อง Home Isolation ไว้ว่า สืบเนื่องจากอัตราการครองเตียงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ(ยกตัวอย่างเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน หรือ 1 เดือนที่แล้ว อัตราการครองเตียง 19,629 เตียง วันนี้อัตราการครองเตียงอยู่ที่ 30,631 เตียง) แปลว่า 1 เดือนผ่านไปอัตราการครองเตียงเพิ่มขึ้น 10,000 เตียง ซึ่งเป็นภาระที่บุคลากรด้านสาธารณสุขต้องแบกรับ

ในความเป็นจริง การเพิ่มเตียง เพิ่มสถานที่ไม่ใช่เรื่องยาก แต่เรื่องที่ยากมากคือ การเพิ่มบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญมาดูแลผู้ป่วยเหล่านั้น ทำให้ปัจจุบัน บุคลากรหน้างานต้องทำงานกันหนักมาก

แนวทาง Home Isolation และ Community Isolation ที่ นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ออกมานำเสนอ คือ การนำผู้ป่วยสีเขียวตามเกณฑ์ที่กำหนดมาเข้าสู่ระบบแยกกักตัว สิ่งสำคัญคือการพยายามหาสถานที่รองรับที่เหมาะสม ถ้าบ้านใครสามารถแยกกักตัวได้ มีการแยกห้องนอนก็ถือว่าดีที่สุด

แต่ถ้าเป็น Community จะใช้สถานที่ เช่น บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งตอนนี้มีหลายแห่งเริ่มทำไปแล้ว โดยให้ผู้ป่วยปฏิบัติตามคำแนะนำ และที่สำคัญคือเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ป่วยด้วย
 
เกณฑ์การพิจารณาผู้ป่วยที่จะทำ Home Isolation ประกอบไปด้วย 7 หลักเกณฑ์ คือ

  1. มีอายุไม่เกิน 60 ปี
  2. เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ
  3. มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง 
  4. อยู่คนเดียว หรือมีผู้อยู่ร่วมที่พักไม่เกิน 1 คน
  5. ไม่มีภาวะอ้วน 
  6. ไม่มีโรคร่วม เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, โรคไตเรื้อรัง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคหลอดเลือดสมอง, เบาหวานที่คุมไม่ได้ 
  7. ยินยอมแยกตัวในที่พักของตนเอง


ทั้งนี้ ก่อนการลงทะเบียน สถานพยาบาลจะประเมินผู้ติดเชื้อตามดุลยพินิจของแพทย์ ให้คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัวกับผู้ติดเชื้อ มีระบบติดตามอาการ และประเมินอาการ โดยแจกปรอทวัดไข้และเครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือด ซึ่งสามารถทำเองได้ที่บ้าน และสุดท้ายคือมีระบบรับ-ส่งผู้ป่วยไปสถานพยาบาลหากเกิดอาการรุนแรงขึ้น
 
สำหรับแนวทางการกักตัวในชุมชน หรือ Community Isolation ขณะนี้มีการเตรียมสถานที่บางส่วนแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหอประชุมของโรงเรียนหรือศาลาในวัด โดยหลักการไม่ควรจะเกิน 200 คน เพราะจะแออัดจนเกินไป โดยขณะนี้มีภาคประชาสังคมหลายส่วนเข้ามาร่วมในการทำเรื่องนี้
 
สำหรับการติดตามอาการผู้ป่วย จะมีช่องทางสื่อสารกับผู้ป่วย มีการติดตามอาการทุกวัน ผ่านระบบ Video Call หรือ Teleconference มีอุปกรณ์วัดไข้และออกซิเจนส่งไปให้ มีช่องทางติดต่อกรณีฉุกเฉิน 
 
“ในเรื่องการดูแลเรื่องอาหาร นพ.สมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ให้เงินสนับสนุนผ่านโรงพยาบาล โดยจะมีอาหาร 3 มื้อส่งให้ผู้ป่วยทุกคน ขณะนี้ จากรายงาน พบว่า จะมีผู้ป่วยที่จะทำ Home Isolation ประมาณ 200 ราย และ Community Isolation อีก 200 ราย ซึ่งคิดเป็นผู้ป่วยหลายร้อยรายที่กำลังจะเข้าสู่โครงการนี้”

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา