สายตายาวตามวัย แก้ไขได้

สายตายาวตามวัย แก้ไขได้

รุ่นใหญ่อย่างเรา ๆ มักมีปัญหาสุขภาพดวงตาที่เสื่อมลง หนึ่งในนั้นคือภาวะสายตายาว เป็นภาวะสายตาผิดปกติที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มผู้สูงอายุ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรง แต่มักสร้างความรำคาญและไม่สบายตา เมื่อต้องใช้สายตาระยะใกล้ เช่น การอ่านหนังสือ ใช้งานโทรศัพท์ รุ่นใหญ่บางคนอาจรู้สึกปวดตาหรือปวดหัวได้ เนื่องจากการต้องพยายามเพ่งเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจน

วันนี้ เรามีข้อมูลเกี่ยวกับภาวะสายตายาวในผู้สูงอายุมาฝากกันค่ะ

ภาวะสายตายาวในผู้สูงอายุคืออะไร?

เกิดจากความสามารถของระบบปรับกำลังสายตาที่ลดลง ทำให้สูญเสียความสามารถในการมองเห็นในระยะใกล้ โดยที่การมองเห็นระยะไกลอาจจะยังชัดเจนดีอยู่ มีสาเหตุมาจากการสูญเสียความยืดหยุ่นของเลนส์ตารวมถึงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ควบคุมระบบการปรับกำลังสายตาลดลง ทำให้ภาพที่อยู่ในระยะใกล้ไม่ชัดเจน และกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเพ่งอ่อนแรงลง

วิธีสังเกตภาวะดังกล่าว คือ จากเดิมเคยอ่าน เขียนหนังสือที่ระยะห่างจากตา 1 ฟุตแล้วชัด แต่ตอนนี้กลับไม่ชัด ต้องใช้วิธีเลื่อนหนังสือออก หรือบางคนอาจต้องหรี่ตาให้เล็กลง เพื่อช่วยให้อ่านหนังสือชัดขึ้น หรือมองในระยะใกล้ไม่ชัด บางคนอาจจะมีอาการแสบตา เคืองตา ปวดตา ปวดศีรษะก็ได้ เนื่องจากเมื่อมองไม่เห็นก็จะพยายามเพ่งมากขึ้น ทำให้มีอาการดังกล่าว

ทำอย่างไรเมื่อมีภาวะสายตายาว

1.ใส่แว่นสายตายาว

เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุดคือใส่แว่นสายตายาวสำหรับอ่านหนังสือ (Reading Glasses) หรือในคนที่มีภาวะสายตาสั้นมาก่อนก็ต้องใช้แว่นชนิดโปรเกรสซีฟ หรือแว่น Bifocal ที่จะช่วยปรับการมองเห็นได้ทั้งระยะใกล้-ไกล

2.ใส่คอนแทคเลนส์

นอกจากนี้ยังมีคอนแทคเลนส์สำหรับสายตายาวตามวัย ที่ออกแบบโดยเน้นพื้นที่การมองเห็นบนคอนแทคเลนส์ให้เหมาะสมกับขนาดรูม่านตา ซึ่งมีขนาดแตกต่างกันไปตามช่วงอายุที่เพิ่มขึ้นและค่าสายตาสั้น-ยาวอีกด้วย

3.ผ่าตัด

ปัจจุบันสามารถรักษาได้โดยการผ่าตัดแบบต่าง ๆ เช่น ผ่าตัดแล้วฝังห่วงพลาสติกเล็ก ๆ ลงในกระจกตาทำให้ตาข้างนั้นให้สามารถมองเห็นระยะใกล้และกลางได้ดีขึ้น หรือการใช้คลื่นวิทยุเพื่อเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาเพื่อให้มีกำลังมากขึ้น รวมถึงการผ่าตัดฝังเลนส์เทียม เป็นต้น แต่ผลการรักษายังไม่เป็นที่พึงพอใจมากนัก

วิธีดูแลและถนอมสายตา

1.รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงสายตา ได้แก่ กลุ่มที่มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจำพวกอาหารเสริมและวิตามินต่าง ๆ เช่น วิตามิน C, E, เบตาแคโรทีน, สังกะสี, ไบโอฟลาโวนอยด์, สาร Lutein และ Zeaxanthin ที่พบมากในผักใบเขียว

2.ผู้สูงอายุควรตรวจสุขภาพตา ปีละ 1 ครั้ง

3.สวมแว่นกันแดดเป็นประจำเมื่อออกแดด หรือต้องใช้สายตาในที่มีแสงมาก เพื่อป้องกันโรคต้อเนื้อ ต้อกระจก จอรับภาพเสื่อม

4.ผู้สูงอายุไม่ควรเล่นมือถือเป็นเวลานาน ควรมีการพักสายตาเป็นระยะ ๆ เนื่องจากขนาดหน้าจอมือถือส่วนใหญ่ค่อนข้างเล็ก ทำให้ต้องเพ่งสายตา อาจทำให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อ ตาล้า ตาพร่าได้ นอกจากนี้ควรปรับความสว่างหน้าจอให้พอเหมาะ ไม่สว่างหรือมืดจนเกินไป รวมถึงการปรับขนาดตัวอักษรให้อ่านง่าย ทำให้ผู้สูงอายุไม่ต้องเพ่ง ซึ่งจะช่วยถนอมสายตาได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตามหากพบอาการผิดปกติดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้สูงอายุควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจให้แน่ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใด เพราะในผู้สูงอายุอาจมีโรคอื่นที่มีผลกับการมองเห็น หากพบว่ามีค่าสายตาผิดปกติแน่ชัดแล้วควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อขอคำแนะนำในการเลือกแว่นหรือเลนส์ที่เหมาะสมให้กับผู้สูงอายุ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนะคะ


ขอบคุณแหล่งข้อมูล
http://paolohospital.com, http://doctorvision.net, www.rajavithi.go.th/rj/?p=4645

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา