สเตียรอยด์ในยาสมุนไพร

“สเตียรอยด์” ในยาสมุนไพร พระเอก หรือ ผู้ร้าย สำหรับผู้ป่วย

สเตียรอยด์เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายสามารถผลิตขึ้นมาใช้เองได้ เพื่อใช้ทำหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ลดการอักเสบ ลดอาการปวด ร่างกายจะมีการสร้างฮอร์โมนนี้ในปริมาณเล็กน้อย โดยจะมีการควบคุมปริมาณให้เกิดความเหมาะสม

สเตียรอยด์มีประโยชน์มาก อาจกล่าวได้ว่าครอบจักรวาล แต่สเตียรอยด์ก็มีโทษต่อร่างกายมากด้วยเช่นกัน ตัวอย่างโทษชองสเตียรอด์ เช่น ทำให้อารมณ์แปรปวน กระดูกพรุน หน้ากลม อ้วนลงพุง แผลหายช้า ฯลฯ 

ในระดับอุตสาหกรรมได้มีการผลิตสเตียรอยด์เลียนแบบสเตียรอยด์ที่ร่างกายสร้างขึ้น เค้าสร้างมาเพื่อผลิตเป็นยาใช้ในทางการแพทย์ อย่างที่กล่าวไปว่าร่างกายจะค่อยรักษาสมดุลของฮอร์โมนสเตียรอยด์ ดังนั้น การจะใช้ยาสเตียรอยด์จึงต้องมีการดูแลการใช้ยาอย่างใกล้ชิด ไม่ใช่ยาที่จะหาซื้อใช้กันง่าย ๆ แล้วก็ไม่ใช่ยาที่ทุกคนจะต้องใช้ด้วย

ส่วนยาสมุนไพรตามคำนิยามระบุว่า เป็นยาที่ได้มาจากพืช สัตว์ แร่ธาตุและจุลชีพ เรามักเห็นยาสมุนไพรในรูปแบบยาผง ชงละลายน้ำ มีบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองป่วยเป็นโรคอะไรแต่ก็ไปกินยาสมุนไพรเสียก่อนเลยด้วยซ้ำ อาจจะเป็นเพราะจากการบอกเล่าปากต่อปาก คนนั้นบอกดี คนนี้บอกดี กินแล้วหายดี หายเร็ว 

ยาสมุนไพรมักมีการใส่สเตียรอยด์ลงไป ซึ่งการได้รับสเตียรอยด์ (จากภายนอก) เพิ่มมากขึ้นจะทำให้ร่างกายเสียสมดุลของฮอร์โมนสเตียรอยด์ไป สเตียรอยด์ที่เพิ่มขึ้นมาจะส่งผลต่อร่างกายแน่นอนและการได้รับสเตียรอยด์จากภายนอกติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็จะทำให้ร่างกายหยุดการสร้างฮอร์โมนสเตียรอยด์ไปได้ การทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็จะเสียไป

อย่างที่กล่าวว่ายาสมุนไพรมักมีการใส่สเตียรอยด์ เราจะรู้ได้อย่างไรว่ายาสมุนไพรตัวนี้มีสเตียรอยด์ผสมอยู่หรือไม่

ข้อสังเกตแรก คือ การมองหาเครื่องหมาย อย. เนื่องด้วยยาสมุนไพรที่มีสเตียรอยด์เจือปน ย่อมไม่ผ่านการรับรองจาก อย.แน่นอน เมื่อเราเจอเครื่องหมาย อย. แล้ว ให้นำเลขทะเบียนไปตรวจสอบที่เว็บไซต์ของคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข โดยพิมพ์ว่า “ระบบตรวจสอบผลิตภัณฑ์” นอกจากจะใส่เลขทะเบียนแล้วให้ใส่ชื่อผลิตภัณฑ์ด้วย ถ้าถูกต้องตาม อย. ระบบจะขึ้นรายชื่อและประเภทของผลิตภัณฑ์

ข้อสังเกตที่ 2 ให้เราอ่านที่ฉลากยา หากมีข้อความที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง สามารถใช้รักษาโรคที่แม้กระทั่งการรักษาในปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุป หรือมีการกล่าวว่า กินแล้วหายเร็ว หายดี ให้ตั้งข้อสงสัยได้เลยว่ายานี้น่าจะมีการผสมสเตียรอยด์

สเตียรอยด์ในยาสมุนไพร2.jpg

สุดท้ายหากต้องการทดสอบก็สามารถหาซื้อชุดทดสอบสเตียรอยด์ได้จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และองค์การเภสัชกรรมโดยนำยาที่สงสัยไปผสมกับน้ำยาในหลอดทดสอบ เขย่าให้เข้ากัน จากนั้นหยดลงในแถบทดสอบ รอดูผลที่แถบทดสอบประมาณ 3 – 5 นาที ถ้าขึ้น 1 ขีด แสดงว่ามีสเตียรอยด์ปนเปื้อนอยู่ ถ้าขึ้น 2 ขีด แสดงว่าไม่มีสเตียรอยด์

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา