อาการและการรักษา สตรีวัยหมดประจำเดือน

อาการและการรักษา สตรีวัยหมดประจำเดือน

ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน คือ ผู้หญิงวัยที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง จริง ๆ แล้วในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป ฮอร์โมนเอสโตรเจนก็จะลดลงเรื่อย ๆ อยู่แล้ว และจะมีอาการใกล้เคียงกับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนด้วย แต่ความรุนแรงนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าฮอร์โมนเอสโตรเจนมันลดลงมาก-น้อย เพียงใด เค้าเรียกระยะนี้ว่า ระยะก่อนหมดประจำเดือน

เมื่อฮอร์โมนเอสโตรเจนเริ่มลดลง สิ่งแรกที่ควรสังเกตเลย คือ ประจำเดือน พบว่าประจำเดือนจะมาไม่แน่นอน บางทีก็มาถี่ อาจจะมาทุก 2-3 สัปดาห์ โดยระยะก่อนหมดประจำเดือนนั้นจะมีอาการดังกล่าวติดต่อกันไม่เกิน 3 เดือน แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาการก็จะมากขึ้นจนไม่มีประจำเดือน และถ้ามีอาการดังกล่าวมากกว่า 1 ปี จะเรียกว่าเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

โดยสรุปแล้วอาการของภาวะหมดประจำเดือนจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มอาการ ดังนี้

1.กลุ่มอาการที่เกี่ยวกับหลอดเลือด ซึ่งถือว่ากลุ่มอาการนี้พบได้บ่อยที่สุดในผู้ที่เข้าสู่วัยทอง อาการจะมีร้อนวูบวาบ (เราคงเคยได้ยินกันบ่อย) จะมีอาการร้อนขึ้นมาอย่างกระทันหัน ร้อนหน้า ร้อนศีรษะ ร้อนผิวหนัง บางคนอาจจะมีอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ วิงเวียน หรืออาจจะมีอาการเหงื่อออกท่วมตัว แม้แต่ตอนกลางคืนก็มีอาการเหงื่อออกได้ ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถเกิดได้วันละหลายครั้ง แต่อาการจะเกิดแค่ไม่กี่นาที

2.กลุ่มอาการที่เกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะและช่องคลอด กลุ่มอาการนี้จะพบได้ในระยะหลัง ๆ แล้ว เช่น อาการแห้งอาการแสบ หรือมีอาการคันบริเวณช่องคลอด มีอาการปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย ตกขาว หรือมีความเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ อาจจะมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ฯลฯ

3.อาการเกี่ยวกับกระดูก อาจทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน กระดูกแตกหักง่าย

จากอาการดังกล่าวล้วนเกิดมาจากการที่ร่างกายมีการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง คือ ปกติฮอร์โมนเอสโตรเจนจะไปจับกับตัวรับของมันแล้วกระตุ้นให้เกิดผลอย่างนั้น ผลอย่างนี้ ทำให้ระบบต่าง ๆ เกิดความสมดุลขึ้น แต่พอมีการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนความสมดุลดังกล่าวจึงเสียไป ดังนั้นจึงมีแนวคิดการรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทน แต่ว่าตัวรับของฮอร์โมนเอสโตรเจนมีหลายชนิด ซึ่งฮอร์โมนที่ทดแทนไปนั้นมันจะไปจับกับตัวรับแบบไม่เฉพาะเจาะจง และไม่ตรงตามเป้าหมายที่ต้องการ ข้อเสียของการรักษาด้วยวิธีนี้จะไปเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งของเต้านมและเยื่อบุผนัง มดลูก และการเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดได้ การเลือกใช้วิธีนี้ในการรักษาจึงต้องพิจารณาถึงผลดีหรือผลเสียที่จะได้รับด้วย

ปัจจุบันมีการพัฒนายาให้ออกฤทธิ์เหมือนฮอร์โมนเอสโตรเจน สามารถจับกับตัวรับได้ แต่จะจับแบบเฉพาะเจาะจง ผลเสียที่จะได้รับจึงน้อยกว่า

นอกจากนี้มีการตีพิมพ์ของ Women’s Health Initiative (WHI) ในปี ค.ศ. 2002 ระบุว่าการรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทนในสตรีวัยทองอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีในสตรีบางราย หลังจากการตีพิมพ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปแนวโน้มของการรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทนก็ลดลง

ข้อมูลจาก
https://ccpe.pharmacycouncil.org/showfile.php?file=489
https://ccpe.pharmacycouncil.org/showfile.php?file=516
https://www.thaihealth.or.th/Content/43687-ภาวะหมดประจำเดือนคืออะไร.html

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา