เรารู้จักโรคพิษสุนัขบ้าดีแค่ไหน

เรารู้จักโรคพิษสุนัขบ้าดีแค่ไหน

โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคที่อันตราย คือคนเป็นโรคนี้มักจะต้องตายทุกคน โดยเป็นผลมาจากอาการสมองและไขสันหลังอักเสบ แต่โรคนี้ก็สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นอย่าปล่อยปละละเลย

อย่างที่เราทราบว่า โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (ติดเชื้อไวรัส) เกิดจากการถูกสุนัขกัด แมวกัด หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกัด แต่ทราบหรือไม่ว่า แค่ถูกสุนัข แมว เลียไปถูกบาดแผลเปิดก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคพิษสุนัขบ้าได้เช่นกัน เชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้ามันไม่สามารถผ่านผิวหนังที่ปกติได้ แต่มันจะเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านทางบาดแผล หรือการสัมผัสพื้นผิวเยื่อเมือกโดยตรง

เมื่อถูกกัดหรือข่วน ให้ทำการล้างแผลด้วยน้ำและฟอกสบู่ในทันทีหลาย ๆ รอบ พบว่าการล้างแผลด้วยน้ำสะอาดและสบู่นี้จะสามารถลดปริมาณเชื้อไวรัสพิษสุนัขบ้าและช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อจุลชีพต่างๆ ที่บาดแผลได้ แต่ในการล้างแผลควรล้างให้ลึกถึงก้นแผลและล้างอย่างช้าๆ นานอย่างน้อย 15 นาที และระวังอย่าให้แผลช้ำ เมื่อล้างแผลเสร็จให้ทายา โดยยาที่ใช้จะเป็นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ไม่มีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ เช่น povidone iodine หรือ 0.5% chlorhexidine in water (น้ำยาฆ่าเชื้อที่มีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ เช่น 70% alcohol) แต่ถ้าไม่มีให้ใช้ 70% alcohol ได้แต่ห้ามใช้ครีม หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นทา แล้วนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับวัคซีนหรือสารภูมิคุ้มกัน

เมื่อนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรับการฉีดวัคซีน เราอาจจะคาดหวังว่าจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนแน่ ๆ จะได้ไม่เป็นโรคพิษสุนัขบ้า แต่มีบางคนอาจจะไม่ต้องฉีดวัคซีนได้ ทั้งนี้มันเป็นการประเมินความเสี่ยงเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องกังวลไป อาจจะสอบถามดูอีกทีก็ได้จะได้สบายใจ อย่างที่กล่าวไปว่าโรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดต่อติดเชื้อไวรัส แต่ทำไมถึงยังให้ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย คำตอบก็คือ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากบาดแผลที่ถูกสัตว์กัดหรือข่วน รู้หรือไม่ว่าในช่องปากของสัตว์มีเชื้อโรคมากมายหลายชนิดปะปนกัน

นอกจากบางคนอาจจะงงที่ต้องได้รับยาฆ่าเชื้อ ยังอาจจะต้องมางงว่าทำไมมีแผลขนาดนี้แล้วไม่ต้องเย็บปิดบาดแผลหรอ คำตอบก็คือ มันเป็นข้อสรุปตามแนวทางการรักษา มีการศึกษาอัตราการติดเชื้อจากแผลระหว่างกลุ่มที่เย็บปิดบาดแผลตั้งแต่แรกกับกลุ่มที่ยังไม่เย็บบาดแผลตั้งแต่แรก ผลคือ อัตราการติดเชื้อของทั้ง 2 กลุ่มก็ดูเหมือนจะ ไม่แตกต่างกัน ความแน่ชัดของการเย็บปิดบาดแผลมันดีกว่าหรือไม่ จึงมีข้อสรุปว่ายังไม่ต้องปิดบาดแผลให้ทำความสะอาดบาดแผลพอ โดยเฉพาะแผลที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ ถ้าแผลดีขึ้นและไม่มีการติดเชื้อค่อยเย็บแผลในภายหลัง แต่ในกรณีบาดแผล เช่น แผลเปิดที่ใบหน้า หรือ มีแผลเปิดที่อวัยวะสำคัญ เช่น หลอดเลือด กระดูก เอ็นกล้ามเนื้อ เป็นต้น จำเป็นที่ต้องเย็บปิด จึงไม่แปลกถ้าบางคนจะต้องเย็บแผล แต่บางคนอาจจะไม่ได้เย็บบาดแผล

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://202.28.95.4/pharmacy/myfile/Rabies%20book%202018%204-09-2018%20ok.pdf
https://ccpe.pharmacycouncil.org/showfile.php?file=929

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา