เรื่องต้องรู้ ของชาวสว. กับการเปลี่ยนแปลงของระบบย่อยอาหาร

เรื่องต้องรู้ ของชาวสว. กับการเปลี่ยนแปลงของระบบย่อยอาหาร

เมื่ออายุมากขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา กล่าวคือ ร่างกายของคนเราจะเติบโตเต็มที่ก่อนอายุ 30 ปีแล้วจะค่อยๆ ถดถอยลงตามอายุที่มากขึ้น ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา เช่น การดมกลิ่นไม่ดี ลิ้นรับรสไม่ดี การเคี้ยวไม่ดี ฟันไม่ดี ต่อมน้ำลายทำงานน้อยลง ขนาดของตับอ่อนลดลงจึงส่งผลต่อการสร้างเอนไซม์ที่ใช้ย่อยโปรตีนและไขมัน นอกจากนี้ กระเพาะก็ยังมีการผลิตน้ำย่อยและเอนไซม์ลดลงอีก ผู้สูงอายุจึงมักมีปัญหาเรื่องการย่อยอาหาร นี้แค่ตัวอย่างบางส่วน ยังมีการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาท ส่งผลต่อความอยากอาหารอีก การเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกัน ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ (ทำให้หายใจลำบาก เหนื่อยง่าย) ฯลฯ

จากที่กล่าวมาข้างต้น ผู้สูงอายุจะมีการย่อยโปรตีนที่ไม่ดี ดังนั้นจึงควรเลือกเนื้อสัตว์ที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ หรือเลือกชนิดที่ไม่ติดไขมันได้ก็ยิ่งดี หลีกเลี่ยงการทอด หลีกเลี่ยงของทอด ใช้ไขมันดีมากกว่าไขมันไม่อิ่มตัว

อีกประเด็น ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการบดเคี้ยวอาหาร ซึ่งจะส่งผลให้เกิดปัญหาเรื่องการย่อยอาหารได้อีก การสับอาหารหรือการบดอาหารจึงอาจจำเป็นสำหรับผู้สูงอายุประเภทนี้

พลังงานที่ควรได้รับในแต่ละวันของวัยผู้สูงอายุ กับ วัยผู้ใหญ่ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก แต่ผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่อง ความอยากอาหาร เบื่ออาหาร รับประทานน้อย อิ่มเร็ว มีคำแนะนำเพื่อช่วยลดปัญหานี้ เช่น ตกแต่งอาหารให้น่ารับประทาน ปรุงอาหารให้มีรสชาติเข้มข้นกว่าปกติเล็กน้อย เพราะผู้สูงอายุจะรับรสชาติที่ลดลง อาจจะรับประทานซุปหรือแกงจืดร้อนๆ 1 ถ้วยก่อนอาหารเพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างน้ำย่อยทำให้สามารถรับประทานอาหารได้ดีมากขึ้นและการย่อยอาหารของผู้สูงอายุก็ดีขึ้นด้วย การแบ่งมื้ออาหารให้มีจำนวนมากขึ้นในแต่ละวันก็จะช่วยเรื่องการย่อยได้ คือจะได้ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ง่ายขึ้น

ในเรื่องของการรับประทานอาหารที่น้อยลง นอกจากผลของการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาแล้ว ผู้สูงอายุมักมีโรคประจำตัวและการรักษาก็มักจะเป็นการให้รับประทานยา ซึ่งยาบางชนิดอาจจะมีผลข้างเคียงที่ไปรบกวนการรับประทานอาหารได้ ดังนั้นผู้สูงอายุจึงควรแจ้งรายการยาแก่เภสัชกร อาจปรึกษาปัญหาเรื่องการรับประทานอาหารได้

ผลข้างเคียงที่ไปรบกวนการรับประทานอาหารและคำแนะนำ มีดังนี้

  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน มีคำแนะนำว่า ควรรับประทานหลังอาหารทันทีและดื่มน้ำตามมาก ๆ โดยยาที่ไม่จำเป็นต้องรับประทานก่อนอาหาร แนะนำให้ปรับมารับประทานหลังอาหารได้ (แจ้งแพทย์ที่รักษาด้วยก็ดี)
  • ภาวะกลืนลำบาก เช่น ยาบางชนิดไปมีผลทำให้หลอดอาหารอักเสบ (ยา bisphosphonates) ยาบางชนิดมีขนาดเม็ดที่ใหญ่หรือบางชนิดก็มีความเป็นกรดสูง ดังนั้นในการรับประทานยาจึงควรดื่มน้ำตามมากพอ ไม่น้อยเกินไป หลอดอาหารจะได้ไม่อักเสบ นำไปสู่ภาวะกลืนลำบาก
  • การเคี้ยว กลืน และการเคลื่อนไหวของลิ้นลดลง เพราะยาบางชนิดมีผลยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อลายที่ควบคุมสิ่งเหล่านี้ คำแนะนำ คือ ปรุงอาหารให้ง่ายต่อการบดเคี้ยวและการกลืน รับประทานอาหารช้าๆจะช่วยได้
  • ยาทำให้ปากแห้งจากน้ำลายน้อย แนะให้จิบน้ำบ่อยๆ ลดการดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม ลดอาหารรสเผ็ด ลดอาหารรสเค็ม ไม่สูบบุหรี่ ไม่ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ฯลฯ

ขอบคุณข้อมูลจาก
https://ccpe.pharmacycouncil.org/showfile.php?file=1004
https://ccpe.pharmacycouncil.org/showfile.php?file=1127

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา