ใส่ใจผิวสักนิด กับสิ่งที่ควรพิจารณาเลือกใช้ครีมกันแดด

ใส่ใจผิวสักนิด กับสิ่งที่ควรพิจารณาเลือกใช้ครีมกันแดด

ในการดูแลผิวพรรณมีสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ นั้นคือ “ครีมกันแดด” เราคงรู้กันดีว่าแสงแดดมีรังสีอัลตราไวโอเลต และ รังสีอัลตราไวโอเลตก็ส่งผลต่อมนุษย์ ทำให้ผิวอักเสบ เกิดริ้วรอย และถ้าได้รับมากเกินไปก็เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งด้วย

รู้หรือไม่ว่า นอกจากเวลาที่เราออกจากบ้านไปเจอแสงแดดแล้วจะได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต แต่การอยู่ในบ้านก็จะได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตได้เช่นกัน (แสงจากหลอดไฟ แสงจากโทรศัพท์)

เมื่อพูดถึงรังสีอัลตราไวโอเลต เราควรรู้ว่ารังสีอัลตราไวโอเลตมี รังสียูวีเอ และ รังสียูวีบี จริง ๆ แล้วรังสีอัลตราไวโอเลตก็มีมากชนิดกว่านี้ แต่รังสียูวีเอ และ รังสียูวีบี จะส่งผลต่อมนุษย์ โดยรังสียูวีเอจะมีความสามารถแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ลึก ส่วนรังสียูวีบีจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ไหม้ ร้อนแดง ที่ผิวหนัง

เวลาที่เราจะเลือกผลิตภัณฑ์กันแดด เราจะพิจารณาจากค่า SPF หรือชื่อเต็ม ๆ คือ Sun Protection Factor เป็นค่าที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีบี ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์หนึ่งระบุว่ามีค่า SPF50 หมายความว่า เมื่อทาผลิตภัณฑ์จะทำให้ผิวหนังทนต่อแสงแดดได้นานถึง 50 เท่า เมื่อเทียบกับตอนไม่ได้ทา สมมติว่าปกติเราผิวไหม้ แดง เมื่อตากแดดเป็นเวลา 10 นาที การทาผลิตภัณฑ์นี้จะทำให้เรามีเวลาที่ผิวหนังทนต่อแสงแดดมากขึ้นเป็นเวลา 500 นาทีนั้นเอง แต่ค่านี้ก็ได้มากจากการคำนวณ อีกทั้งก็มีรายงานว่าการป้องกันแสงแดดจากผลิตภัณฑ์น้อยกว่าค่า SPF ที่ระบุไว้ ดังนั้นจึงมีคำแนะนำว่า ให้ทาผลิตภัณฑ์บ่อยขึ้นเมื่อต้องตากแดดเป็นเวลานาน

นอกจากการพิจารณาจากค่า SPF ที่แสดงถึงประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีบีแล้ว ยังมีค่าที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันรังสียูวีเออีก แต่ค่าที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันรังสียูวีเอในแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกันด้วยอีก อย่างในอเมริกาใช้ค่า critical wavelength (CW) ที่ญี่ปุ่นใช้ค่า PPD (prevent persistent darkening) โดยค่า PPD นี้จะทำการเปรียบเทียบปริมาณรังสียูวีเอที่น้อยที่สุดที่ทำให้ผิวมีสีคล้ำขึ้นระหว่างเมื่อทาผลิตภัณฑ์กับเมื่อไม่ทาผลิตภัณฑ์ ซึ่งค่าที่ได้จะแสดงออกมาในรูป PA+ หรือ PA++ หรือ PA+++ หรือ PA++++ สำหรับประเทศไทยจะใช้วิธี PPD เช่นกัน ถ้า PA+ = PPD 2-<4 , PA++ = PPD 4-<8 , PA+++ = PPD 8-<16 , PA++++ = PPD ≥16

แต่นอกจากค่า SPF และค่า PA ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้จะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาจไม่ได้พิจารณา นั้นคือ สารที่ป้องกันแสงแดด ในผลิตภัณฑ์กันแดดจะมีสารที่ป้องกันแสงแดดแตกต่างกัน ถ้าเป็นไททาเนียมไดออกไซด์ (titanium dioxide; TiO2 ) จะสามารถดูดซับและสะท้อนรังสียูวีบีได้ดีกว่ารังสียูวีเอ ถ้าเป็นซิงค์ออกไซด์ (zinc oxide; ZnO) จะสามารถดูดซับและสะท้อนรังสียูวีเอได้ดีกว่ารังสียูวีบี ซึ่งสารเหล่านี้จะทำให้ผิวแพ้ได้น้อยแต่ว่าการที่สารเหล่านี้จะป้องกันแสงแดดได้จะต้องใช้ปริมาณมากจึงทำให้เวลาทาอาจทำให้เป็นปื้นขาวได้ ปัจจุบันจึงมีการลดขนาดอนุภาคของสารเหล่านี้ให้เล็กลงทำให้เวลาทาผิวเกิดเป็นปื้นขาวได้น้อยลง นอกจากนี้ก็ยังมีสารที่ป้องกันแสงแดดอีกกลุ่มหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งสารนี้เวลาทาจะไม่ทำให้เกิดปื้นขาวแต่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้มากกว่าสารที่กล่าวมาข้างต้น

ข้อมูลจาก
https://ccpe.pharmacycouncil.org/showfile.php?file=799

Please follow and like us:

ช่องทางติดต่อเรา