black-and-white-creative-desk-pen

'พาร์กินสัน' โรคยอดฮิตที่ไม่ควรมองข้าม

ภญ.ศุธิดา แผ่นมณี

โรคพาร์กินสันถูกจัดเป็นโรคความเสื่อมทางระบบประสาทซึ่งพบได้บ่อยโรคหนึ่ง โดยในปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคพาร์กินสันมากกว่า 5 ล้านคนทั่วโลก ความชุกของโรคพาร์กินสัน โดยประมาณอยู่ที่ร้อยละ 0.3 ของประชากรโดยรวม หรือประมาณร้อยละ 1-2 ในประชากรที่มีอายุเกิน 60 ปี ซึ่งความเสี่ยงของการเกิดโรคพาร์กินสันนั้นจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น

 

โดยโครงการลงทะเบียนผู้ป่วยพาร์กินสัน (Thai Parkinson’s disease registry) ซึ่งจัดตั้งโดยศูนย์รักษาโรคพาร์กินสัน สภากาชาดไทย และสถาบันหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเริ่มลงทะเบียนผู้ป่วยตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2551 พบว่าในปัจจุบันมีผู้ป่วยได้ลงทะเบียนแล้วจำนวนมากกว่า 60,000 ราย คิดเป็นความชุกของโรคพาร์กินสันในประเทศไทย เท่ากับ 242.57 ต่อประชากร 100,000 คน

อาการหลักของโรคพาร์กินสันคือ กลุ่มอาการที่เรียกว่า ”พาร์กินโซนิซึ่ม” โดยกลุ่มอาการนี้ประกอบด้วยอาการอย่างน้อย 2 ใน 4 อาการ ต่อไปนี้คือ


1. Bradykinesia (อาการเคลื่อนไหวช้า) ถือเป็นอาการหลักที่ต้องเกิดในผู้ป่วยพาร์กินโซนิซึ่มทุกราย และ hypokinesia (การเคลื่อนไหวที่น้อยลง) เช่น การขยับนิ้วที่น้อยหรือช้าลง


2. Rest tremor (อาการสั่นขณะอยู่เฉย) มักเกิดที่มือมากกว่าขา


3. Rigidity (อาการแข็งเกร็ง) มักเกิดข้างเดียวกับที่มีอาการสั่นและเคลื่อนไหวช้า


4. Postural instability (การทรงตัวไม่อยู่

ซึ่งกลุ่มอาการพาร์กินโซนิซึ่มสามารถเกิดได้ทั้งจาก ยาบางชนิด กลุ่มโรคพาร์กินสันเทียม และโรคหลอดเลือดสมอง ผิดปกติ เป็นต้น

เนื่องจากโรคพาร์กินสันเกิดจากการเสื่อมทางระบบประสาทใน ส่วน nigrostriatum เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ระดับของสารสื่อประสาท Dopamine ลดลง ในระบบประสาทส่วนกลางจึงส่งผลให้มีการพัฒนายาที่ใช้รักษาโรคพาร์กินสันหลายกลุ่มโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะทดแทนสาร Dopamine ที่ลดลง ยาลีโวโดปาจัดว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาอาการพาร์กินโซนิซึ่มในปัจจุบัน และยังถูกจัดเป็น gold standard (ยาหลัก) ในการรักษาโรคพาร์กินสันอีกด้วย  แต่การพิจารณาเลือกใช้ยาพาร์กินสันในผู้ป่วยแต่ละรายนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุของผู้ป่วย โรคประจำตัว ระยะเวลาของการเป็นโรคพาร์กินสัน ลักษณะของกลุ่มอาการพาร์กินโซนิซึ่มที่เป็นอาการเด่นชัด เป็นต้น

นอกจากการรักษาด้วยยาแล้วยังมีการรักษาโรคพาร์กินสันด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การออกกำลังกาย ลักษณะของการออกกำลังกายที่แนะนำในผู้ป่วยมีดังนี้ คือ การนวด การฝึกเดินด้วยเสียงหรือการมองเห็นนำทาง การฝึกหมุนตัว การฝึกเดินบนสายพาน การฝึกพูด การฝึกกลืน เป็นต้น  โดยการออกกำลังกายเป็นการรักษาร่วมที่สำคัญในผู้ป่วยโรคพาร์กินสันทุกระยะ

 

การออกกำลังกายสามารถทำให้การก้าวเดินหรือการเคลื่อนไหวของข้อดีขึ้น จนกระทั่งโรคดำเนินไป และยังคงมีประโยชน์ในด้านการเคลื่อนไหว การออกกำลังต่อเนื่องทุกวัน วันละ 1 รอบ นานประมาณ 30 นาทีขึ้นไป ช่วยลดโอกาสในการหกล้มหรือเดินติด และทำให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น

ขอบคุณแหล่งข้อมูล :

คู่มือแนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคพาร์กินสันสำหรับแพทย์ในเวชปฏิบัติ CLINICAL PRACTICE GUIDELINE FOR DIAGNOSIS AND MANAGEMENT OF PARKINSON'S DISEASE. ศูนย์รักษาโรคพาร์กินสัน และกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

#อาวุโสโซไซตี้  #เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

 

Follow Line@: @happyseniorclub หรือ http://bit.ly/2j0bymq

Follow Facebook: http://bit.ly/2jzRPy1

WebSite: www.awusosociety.com

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)