1741-72 dpi.jpg

พึงระวัง “ถอนฟัน” เมื่อเป็นเบาหวาน

รุ่นใหญ่วัยเก๋ามักเกิดโรคในช่องปากได้ง่ายกว่าคนรุ่นอื่นๆ แม้ว่าจะแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ แต่ก็ยังประสบกับปัญหาเหงือกและฟันได้

 

โดยเฉพาะ “ฟันผุ” บริเวณรากฟัน ที่อาจเกิดจากการเสื่อมสภาพไปตามวัยที่มากขึ้น หรือเกิดจากการรับประทานอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลมาก หรือเกิดจากการรับประทานยารักษาโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน

 

รุ่นใหญ่ที่เป็นเบาหวาน” หลายคนเกิดปัญหา เวลาฟันผุขึ้นมา แล้วอยากจะถอนทิ้ง แต่พอไปหาหมอฟัน ก็ต้องกลับบ้าน เพราะคุณหมอไม่ถอนให้

 

เพราะสาเหตุอะไรนั้น

วันนี้ Awuso Society มีคำตอบมาฝากกันแล้วค่ะ

 

คนที่เป็นเบาหวานจะมีปัญหาในการติดเชื้อ เวลาเป็นแผลแล้วแผลจะหายช้า เรียกว่า เป็นแผลเรื้อรังจากเบาหวาน (Diabetic ulcer) ลองคิดดูง่ายๆ เลือดมีน้ำตาลมาก แผลก็หวาน เชื้อโรคชอบน้ำตาล เพราะเป็นแหล่งพลังงานชั้นดี น้ำตาลในเลือดเยอะ เลือดก็หนืด ไปเลี้ยงแผลยาก ออกซิเจนก็ไปน้อย เม็ดเลือดขาวไปทำลายเชื้อโรคยาก เลยกลายเป็นแผลเรื้อรัง

 

อีกสาเหตุก็เพราะ ก่อนถอนฟัน จะต้องมีการฉีดยาชา (Local Anesthetics) การฉีดยาชาบางชนิดเข้าไป อาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นอีก บางรายความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น แม้เพียงนิดเดียวก็อาจทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นช็อกได้

 

ฉะนั้น คนเป็นโรคเบาหวานที่ต้องการถอนฟัน หากไม่มีความพร้อมทางร่างกาย หรือควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ก็จะเกิดปัญหา “แผลถอนฟันจะหายช้า” หรือมีอาการอื่นๆ ตามมา เช่น ปากแห้งมาก ติดเชื้อในช่องปาก หรือภาวะช็อกได้

 

การมารับการรักษาทางทันตกรรม จำเป็นต้องระวังเป็นอย่างมากว่า จะเกิดการติดเชื้อง่ายและแผลหายช้า ควรมารับการรักษาในตอนเช้า หากไม่สามารถควบคุมโรคได้ดี จะต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ประจำตัวก่อนรับการรักษา

 

มิฉะนั้นเวลาปวดฟันแล้วไปพบทันตแพทย์ ทันตแพทย์ก็ไม่สามารถถอนฟันให้ได้ เพราะมีความเสี่ยงกับการที่แผลจะไม่หาย หรือลุกลาม แล้วต้องทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะไปเรื่อยๆ ซึ่งการทานยาแก้ปวดและยาปฏิชีวนะไปนานๆ ก็จะมีผลทำให้ร่างกายเกิดการดื้อยา ตับและไตทำงานหนักอีกด้วย

 

หรือถึงแม้ว่า จะเตรียมความพร้อมมาอย่างดีแล้ว ก็อาจเกิดอาการแทรกซ้อนจากการถอนฟันที่ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เช่นกัน นั่นก็คือ ความผิดปกติของเส้นเลือดแดงและเส้นเลือดดำบริเวณปลายรากฟัน หากถอนฟันซี่นั้นออกไป เลือดอาจไหลไม่หยุด

 

วัยเก๋าที่เป็นเบาหวานควรดูแลช่องปากตัวเองเป็นพิเศษ

โดยการทำความสะอาดช่องปากทุกวัน ด้วยการใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ หรืออมน้ำยาบ้วนปากคลอเฮกซิดีน ตามคำแนะนำของทันตแพทย์ แล้วควรมาพบทันตแพทย์ทุก 3-6 เดือน

 

หากใครสูบบุหรี่ ก็ควรเลิกสูบบุหรี่ เพราะนอกจากจะมีผลดีต่อสุขภาพร่างกายโดยตรงแล้ว ยังมีผลดีต่อสุขภาพช่องปากด้วย

 

ทั้งนี้ ก่อนไปพบทันตแพทย์เพื่อรักษาฟัน ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติก่อน ด้วยการระวังอย่าให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินค่าปกติ

 

โดยงดรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลมาก โดยเฉพาะเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม น้ำชา แล้วหันมาดื่มน้ำเปล่าแทน

 

นอกจากนี้ เมื่อไปพบทันตแพทย์ ควรแจ้งประวัติอย่างละเอียด เพื่อให้การวินิจฉัยอาการอย่างถูกต้องเหมาะสมก่อนการรักษาในขั้นตอนต่อไป

 

การดูแลรักษาสุขภาพฟันอย่างถูกวิธี โดยการแปรงฟันเป็นประจำ วันละสองครั้ง ด้วยยาสีฟันที่มีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ควบคู่ไปกับใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำทุกวัน หมั่นตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำทุกปี จะช่วยให้เรามีสุขภาพในช่องปากดีได้

 

ไม่ว่าคุณจะมีอายุเท่าไรก็ตาม

 

ข้อมูลอ้างอิง

www.thaihealth.or.th/Content/36617

www.thaidentalmag.com/web/page/401/th

www.todayhealth.org/daily-health

www.thairath.co.th/content/395121

#อาวุโสโซไซตี้
#เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

ช่องทางติดต่อเรา

Line : http://bit.ly/2j0bymq หรือ @happyseniorclub

Facebook : http://bit.ly/2jzRPy1 หรือ อาวุโส โซไซตี้

WebSite   : www.awusosociety.com

Call Center : 081 969 5665

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)