โรคเบาหวาน 2020.jpg

อัพเดทการรักษาโรคเบาหวานในปี 2020 กันหน่อย

โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อยมาก เราสามารถพิสูจน์คำพูดนี้ได้นะครับ แค่เดินไปหาผู้สูงอายุแล้วลองถามเค้าดูเลยครับว่า “เป็นโรคเบาหวานหรือไม่” เราจะเจอคนตอบว่าเป็นโรคเบาหวานกันเยอะมาก (เข้าใจให้ตรงกันนะครับ....ผมไม่ได้หมายความว่าโรคเบาหวานจะเจอได้แต่ในผู้สูงอายุนะครับ แต่ผู้สูงอายุมักเป็นโรคเบาหวานครับ) ในแต่ละปี เค้าจะมีการทำแนวทางปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวานครับ สำหรับในปี 2020 เขาก็มีแนวทางการรักษาโรคเบาหวานเช่นกัน มันจะเป็นอย่างไรนั้น อ่านตามบทความนี้เลยครับ

เริ่มแรก เมื่อถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน (ในที่นี้ โรคเบาหวาน หมายถึง โรคเบาหวานชนิดที่ 2) เค้าจะให้รับประทานยาที่มีชื่อว่า metformin ยานี้เป็นยาที่มีมานาน มีประสิทธิภาพดี ราคาถูกด้วย อีกอย่างนะครับก็มีการศึกษาว่าการเริ่มต้นการรักษาโรคเบาหวานด้วยยานี้  จะพบการใช้ยารักษาตัวที่ 2 น้อยที่สุด (การศึกษานี้เค้าเปรียบเทียบกับยาในกลุ่ม Thiazolidinedione เช่น Actos กับยาในกลุ่ม DPP-4 inhibitor เช่น Januvia ครับ)

ต้องขอบอกก่อนว่า ในการรักษาโรคเบาหวาน ถ้าให้รับประทานยา 1 ตัว แล้วระดับน้ำตาลในเลือดยังไม่ลดลงตามเป้าหมาย เค้าจะมีการเพิ่มยาตัวที่ 2 ครับ จากการศึกษาที่กล่าวมานี้มันหมายความว่า การเริ่มต้นการรักษาโรคเบาหวานด้วยยา metformin จะพบคนที่มีการดำเนินของโรคถึงขั้นที่ต้องเพิ่มชนิดของยาในการรักษาน้อยกว่านั้นเอง ซึ่งก็สอดคล้องกับแนวทางการรักษาโรคเบาหวานปี 2020 นะครับ ที่เริ่มต้นการรักษาด้วยยา metformin แต่นอกจากการใช้ยาแล้วนะครับ เริ่มต้นเค้าให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยครับ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ควบคุมอาหาร อย่าปล่อยให้อ้วน รับประทานปลาเพิ่ม รับประทานผักเพิ่ม รับประทานของหวานให้น้อยลง ออกกำลังกาย (อย่างเหมาะสม) ให้มากขึ้น ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ฯลฯ

ในแนวทางการรักษาโรคเบาหวานปี 2020 อย่างที่ได้กล่าวไป เริ่มแรกเค้าจะรักษาด้วยยา metformin กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ถ้าไม่มีความเสี่ยง ASCVD(Atherosclerotic cardiovascular disease คือกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด) CKD(Chronic Kidney Disease คือ โรคไตเรื้อรัง) หรือ HF(Heart failure คือ ภาวะหัวใจล้มเหลว)

 

แต่ถ้าแค่ให้ยา 1 ตัว กับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในขั้นแรกยังเอาไม่อยู่ คือ ระดับ HBA1C(ระดับน้ำตาลสะสมในเม็ดเลือดแดง) ยังไม่ได้ตามเป้าหมาย เค้าจะเพิ่มยาอีก 1 ตัว โดยพิจารณาเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มที่ 1 ต้องใส่ใจในเรื่องภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (hypoglycemia) จะเพิ่มยากลุ่ม DPP-4i, GLP-1 RA, SGLT2i หรือยาในกลุ่ม TZD เค้าก็จะเลือกยาในกลุ่มพวกนี้มา 1 ตัว แต่ถ้ายังเอาไม่อยู่อีก เค้าก็จะเพิ่มยาอีก 1 ตัว ในกลุ่ม พวกนี้ที่ยังไม่ถูกเลือกใช้

กลุ่มที่ 2 ต้องใส่ใจในเรื่องน้ำหนักตัว ยาที่มีให้เลือก คือยาในกลุ่ม GLP-1 RA หรือ ยาในกลุ่ม SGLT2F เช่นกัน....ถ้าเพิ่มยาตัวที่ 2 จากพวกนี้แล้ว HBA1C ยังไม่ได้ตามเป้าหมาย เค้าจะเพิ่มยาอีก 1 ตัวในกลุ่มยาที่ยังไม่ถูกเลือก

และ กลุ่มที่ 3 เป็นกลุ่มที่กังวลเรื่องราคายา เค้าจะพิจารณายากลุ่ม SU กับ TZD หากเพิ่มยาแล้ว HBA1C ยังไม่ได้ตามเป้าหมาย เค้าจะเพิ่มยาอีก 1 ตัว ในกลุ่มยาที่ยังไม่ถูกเลือก

DPP-4i= Dipeptidyl PeptidaseInhibitor, GLP-1 RA =Glucagon-like peptide-1 Receptor Agonist, SGLT2i = Sodium-Glucose Cotransporter 2 Inhibitor, TZD = Thiazolidinedione, SU = Sulfonylurea

 

ที่มา

https://care.diabetesjournals.org/content/43/Supplement_1/S98

http://www.thaiendocrine.org/th/2020/03/01/comprehensive-type-2-diabetes-management-algorithm-aace-2020/

http://www.wongkarnpat.com/viewya.php?id=1348#.XtsR1DozbIU

http://hp.anamai.moph.go.th/soongwai/statics/deseas/phyprob/topic004.php

 

#อาวุโสโซไซตี้
#เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

ช่องทางติดต่อเรา

Line : http://bit.ly/2j0bymq หรือ @happyseniorclub

Facebook : http://bit.ly/2jzRPy1 หรือ อาวุโส โซไซตี้

WebSite   : www.awusosociety.com

Call Center : 081 969 5665

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)