Insulin.jpg

รักษาเบาหวาน ด้วยอินซูลิน

ในการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่คนส่วนใหญ่เป็นกัน เริ่มต้นเค้าจะให้เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร่วมกับการรับประทานยาเม็ดลดระดับน้ำตาลในเลือด 1 ชนิดครับ แต่ถ้าทำตามที่แนะนำแล้ว ตรวจวัดค่าระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว เกิดค่าระดับเกินกว่าค่าปกติอยู่อีก เค้าก็จะเพิ่มยาเม็ดลดระดับน้ำตาลในเลือดอีก 1 ชนิด (เท่ากับว่าเราจะต้องรับประทานยา 2 ชนิดแล้วนะ) แต่ถ้าทำตามที่แนะนำแล้วค่าระดับน้ำตาลในเลือดยังเกินค่าระดับปกติอยู่อีกเค้าก็จะทำเช่นเดิมครับ คือ เพิ่มยาเม็ดลดระดับน้ำตาลในเลือดอีก 1 ชนิด นั้นก็คือ เราต้องรับประทานยาเป็น 3 ชนิด และสุดท้าย ถ้าค่าระดับน้ำตาลในเลือดยังเกินค่าระดับปกติอยู่อีก คราวนี้เค้าจะให้ฉีดยาแล้วครับ ยาที่ว่า คือ “อินซูลิน”

 

“อินซูลิน” เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างมาจากเซลล์ตับอ่อน มีหน้าที่ในการดึงน้ำตาลในเลือดกลับเข้าสู่เซลล์เพื่อนำไปสร้างพลังงานให้ร่างกายต่อไป โดยโรคเบาหวานชนิดที่ 1 เกิดมาจากเซลล์ตับอ่อนถูกทำลายจากภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงทำให้ร่างกายขาดฮอร์โมนอินซูลิน ซึ่งโรคเบาหวานชนิดนี้มักพบในเด็กครับ ส่วนโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเบาหวานชนิดที่คนส่วนใหญ่เป็นกัน โรคเบาหวานชนิดนี้เกิดจากภาวะดื้อต่ออินซูลินครับ (ภาวะดื้อต่ออินซูลินเป็นภาวะที่ร่างกายหลั่งฮอร์โมนอินซูลินตามปกติ แต่กลับว่าลดระดับน้ำตาลในเลือดไม่พอ) โรคเบาหวานชนิดนี้มักพบในผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วนร่วมด้วยครับ

 

สุดท้ายนะครับการรักษาโรคเบาหวานมันจะจบลงที่การฉีดฮอร์โมนอินซูลินครับ ซึ่งในปัจจุบันก็มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินออกมาหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น ออกฤทธิ์เร็ว-ออกฤทธิ์นาน เป็นยาฉีดน้ำใส-ยาฉีดน้ำขุ่น มีทั้งแบบที่เป็นขวดยาแล้วต้องใช้เข็มดูดยาตามขนาดที่กำหนด หรืออาจจะเป็นแบบปากกาที่มีการบรรจุยา พร้อมฉีดยาเรียบร้อย คือ รูปแบบฮอร์โมนอินซูลินเค้าจะมีการพัฒนาไปเรื่อย ๆ ครับ เพื่อให้สะดวกกับผู้ป่วยที่ต้องใช้ยา

 

การฉีดฮอร์โมนอินซูลินก็มีขั้นตอนการปฏิบัตินะครับ ไอขั้นตอนต่าง ๆนี้เค้าก็กำหนดออกมาเพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยและประสิทธิภาพของยาครับ เราควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดนะครับ มีคำแนะนำการใช้ยาฉีดอินซูลินตาม “คู่มือทักษะตามเกณฑ์ความรู้ความสามรถทางวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม” โดยสรุปดังนี้ครับ

1. ล้างมือแล้วเช็ดให้แห้ง (ขั้นตอนนี้เป็นขั้นเริ่มต้นของการทำอะไรที่ต้องเข้าร่างกาย)

2. กรณีที่เป็นขวดยา ให้เราคลึงขวดยาเบา ๆ บนมือ เพื่อให้ตัวยาผสมเข้ากันและมีอุณหภูมิใกล้เคียงกับร่างกาย เวลาฉีดยาจะได้ช่วยลดอาการปวดบริเวณที่ฉีดหลังจากการฉีดยา

3. กรณีที่เป็นขวดยา ถ้ามีฝาพลาสติกครอบจุกยาอยู่ ให้เราดึงออกแล้วนำสำลีชุบแอลกอฮอล์มาเช็ดที่จุกยาก่อน

 

4. นำกระบอกฉีดยา (syringe) ดูดอากาศตามปริมาณยาที่เราต้องการจะฉีด

 

5. พอได้แล้วให้เราฉีดอากาศเข้าไปในขวดยาเท่าที่เราทำได้แล้วดูดยาในขวดเข้ามาแทนที่ ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนได้ปริมาณยาที่ต้องการครับ (ระวังอย่าให้มีฟองอากาศนะ! ถ้ามีให้เราฉีดยากลับเข้าขวดยาส่วนหนึ่งแล้วดูดยากลับเข้าเข็มอีกที)

6. เวลาฉีดยาให้เราใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดตรงตำแหน่งที่จะฉีดยาก่อน แล้วดึงผิวตรงตำแหน่งที่จะฉีดยาขึ้นพร้อมกับแทงกระบอกฉีดยา (syringe) ที่เราดูดยาเตรียมไว้อย่างรวดเร็ว โดยตำแหน่งที่ควรใช้ฉีดยา คือ หน้าท้อง หน้าแขน หน้าขา บั้นเอว

7. เมื่อฉีดยาเสร็จให้ถอนเข็มออกอย่างรวดเร็ว แล้วกดบริเวณที่ฉีดยาด้วยสำลีชุบแอลกอฮอล์ ไม่ต้องคลึงหรือนวดนะครับ อีกอย่าง เราควรเลื่อนตำแหน่งฉีดยาด้วย บริเวณนั้นจะได้ไม่แข็งเป็นไต

                 

ที่มา

https://care.diabetesjournals.org/content/43/Supplement_1/S98

https://www.dmthai.org/index.php/knowledge/for-normal-person/health-information-and-articles/health-information-and-articles-old-3/846-2019-04-20-01-49-18

คู่มือทักษะตามเกณฑ์ความรู้ความสามรถทางวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม (พ.ศ. 2550), สภาเภสัชกรรม, หน้า 85-86.

 

#อาวุโสโซไซตี้
#เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

ช่องทางติดต่อเรา

Line : http://bit.ly/2j0bymq หรือ @happyseniorclub

Facebook : http://bit.ly/2jzRPy1 หรือ อาวุโส โซไซตี้

WebSite   : www.awusosociety.com

Call Center : 081 969 5665

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)