อาการแบบไหน เรียกว่า โรคพาร์กินสัน.jpg

อาการแบบไหน เรียกว่า โรคพาร์กินสัน

ศ.นพ.นิพนธ์ พวงวรินทร์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคพาร์กินสันที่เกิดกับผู้ใหญ่วัยเก๋าไว้ว่า ร่างกายคนเราเมื่ออายุมากขึ้น เป็นธรรมดาที่โรคภัยไข้เจ็บจะมาเยือนอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งหนึ่งในจำนวนหลายๆ โรคที่เกิด นั้นได้แก่ "โรคพาร์กินสัน" ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลางที่ส่งผลให้เกิดอาการสั่น เกร็งและเคลื่อนไหวช้านั่นเอง

 

อาวุโส โซไซตี้ จึงนำความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ มาบอกเล่ากับเพื่อนทุกท่าน สังเกตอาการของตัวเอง เพื่อเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพ ไม่ให้เกิดโรคนี้กันค่ะ

 

สาเหตุสำคัญของการเกิดโรคพาร์กินสัน มีดังนี้

1.ความเสื่อมสภาพของสมอง

ส่งผลทำให้เซลล์สมองที่สร้างสารโดปามีน ซึ่งเกิดจากกลุ่มเซลล์ประสาทที่มีสีดำบริเวณก้านสมอง ทำหน้าที่สำคัญในการสั่งร่างกายให้เคลื่อนไหวมีจำนวนลดลง โดยมากพบในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ทั้งเพศชายและหญิง

 

2.ยากล่อมประสาท หรือยานอนหลับที่ออกฤทธิ์กด หรือต้านการสร้างสารโดปามีน

โดยมากพบในผู้ป่วยโรคทางจิตเวชที่ต้องได้รับยากลุ่มนี้ เพื่อป้องกันการคลุ้มคลั่ง รวมถึงอาการอื่น ๆ ทางประสาท

แต่ปัจจุบันยากลุ่มนี้ ลดความนิยมในการใช้ลง แต่ปลอดภัยสูงกว่า และไม่มีผลต่อการเกิดโรคพาร์กินสัน

 

3.ยาลดความดันโลหิตสูง

เมื่อก่อนนี้ ยาลดความดันโลหิตมีคุณสมบัติออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลาง จึงทำให้สมองลดการสร้างสารโดปามีน แต่ระยะหลังๆ ยาควบคุมความดันโลหิตส่วนใหญ่ จะมีฤทธิ์นอกระบบประสาทส่วนกลาง มีผลทำให้ขยายหลอดเลือดส่วนปลาย จึงไม่ส่งต่อสมองที่จะทำให้เกิดโรคพาร์กินสัน

 

4.หลอดเลือดในสมองอุดตัน

ทำให้เซลล์สมองที่สร้างโดปามีนมีจำนวนน้อย หรือหมดไป

 

5.สารพิษทำลายสมอง

สารพิษพวกนี้ ก็คือ สารแมงกานีสในโรงงานถ่านไฟฉาย หรือพิษจากสารคาร์บอนมอนนอกไซด์

 

6.สมองขาดออกซิเจน

อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่จมน้ำ หรือถูกบีบคอ จนเกิดการอุดตันในทางเดินหายใจ จากเสมหะ หรืออาหาร

 

7.ศีรษะถูกกระทบกระเทือนจากอุบัติเหตุ หรือโรคเมาหมัดในนักมวย

การที่ศีรษะถูกกระทบกระเทือนอย่างแรง ทั้งจากอุบัติเหตุ หรือการชกมวยนั้น ก็ทำให้สมองขาดออกซิเจนได้ชั่วขณะ

 

8.การอักเสบของสมอง

อาจทำให้สมองบวมและเซลล์ประสาทของสมองเสื่อมได้

 

9.โรคทางพันธุกรรม

ส่วนมากเป็นโรควิลสัน ซึ่งเกิดจากการที่มีอาการของโรคตับพิการร่วมกับโรคสมอง ซึ่งสาเหตุมาจากธาตุทองแดงไปเกาะในตับและสมองมากจนเป็นอันตรายขึ้นมา

 

10.ยากลุ่มต้านแคลเซียมที่ใช้ในโรคหัวใจ โรคสมอง ยาแก้เวียนศีรษะ หรือยาแก้อาเจียนบางชนิด

ยากลุ่มนี้ เมื่อได้รับเข้าไปในร่างกาย จะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวระยะยาว เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหว จึงลดการใช้ยา จะทำให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น

 

สังเกตอาการของโรคพาร์กินสันได้ดังนี้

 

1.อาการสั่น

อาการนี้ เป็นอาการเริ่มต้นของโรค ประมาณร้อยละ 60-70 ของผู้ป่วยจะมีอาการสั่น โดยเฉพาะเวลาที่อยู่นิ่งๆ จะมีอาการมากเป็นพิเศษ โดยเฉลี่ย 4-8 ครั้ง/วินาที) แต่ถ้าเคลื่อนไหว หรือทำกิจกรรมก็จะอาการสั่นลดลง หรือหายไป

โดยมากพบอาการสั่นที่มือและเท้า แต่บางครั้งอาจพบได้ที่คางหรือลิ้นก็ได้ แต่มักไม่พบที่ศีรษะ

 

2.อาการเกร็ง

ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะแขน ขาและลำตัว ทั้งๆ ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวหรือทำงานหนักแต่อย่างใด

 

3.เคลื่อนไหวช้า

ขาดความกระฉับกระเฉง งุ่มง่าม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเริ่มต้นเคลื่อนไหว บางรายอาจหกล้มจนเกิดอุบัติเหตุตามมาได้ เช่น สะโพกหัก หรือหัวเข่าแตก

 

4.ท่าเดินผิดปกติ

ผู้ป่วยจะมีท่าเดินจำเพาะตัวที่ผิดจากโรคอื่น เช่น ก้าวเดินสั้นๆ แบบซอยเท้าในช่วงแรกๆ และจะก้าวยาวขึ้นเรื่อยๆ จนเร็วมากและหยุดไม่ได้ทันที ดังนั้น โอกาสที่จะหกล้มหน้าคว่ำจึงมีสูง นอกจากนี้ยังเดินหลังค่อม ตัวงอ แขนไม่แกว่ง มือชิดแนบลำตัว หรือเดินแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์

 

5.การแสดงสีหน้า

ใบหน้าจะเฉยเมย ไม่มีอารมณ์เหมือนใส่หน้ากาก เวลาพูดมุมปากจะขยับเพียงเล็กน้อย

 

6.เสียงพูด

พูดเสียงเครือและเบา ไม่ชัดเจน หากพูดนานๆ ไป เสียงก็จะค่อยๆ หายไปในลำคอ บางรายที่อาการไม่หนัก เมื่อพูด น้ำเสียงจะราบเรียบ รัว ระดับเสียงจะอยู่ระดับเดียวกันตลอด

นอกจากนี้น้ำลายออกมาและมาสออยู่ที่มุมปากตลอดเวลา

 

7.การเขียน

เขียนหนังสือลำบาก ตัวหนังสือจะค่อยๆ เล็กลง จนอ่านไม่ออก

ส่วนปัญหาด้านสายตา จะไม่สามารถกลอกตาไปมาได้คล่องแคล่วอย่างปกติ เพราะลูกตาจะเคลื่อนไหวแบบกระตุก

 

นอกจากอาการดังกล่าวที่เล่ามา โดยส่วนมากผู้ป่วยโรคพาร์กินสันจะมีอาการแทรกซ้อน เช่น ท้องผูกเป็นประจำ ท้อแท้ซึมเศร้า ปวดกล้ามเนื้อและอ่อนเพลีย

 

การรักษาโรคพาร์กินสันมี 3 วิธี ดังนี้

 

1.รักษาด้วยยา

แม้ว่ายาจะไม่สามารถทำให้เซลล์สมองที่ตายไปแล้ว ฟื้นตัว หรือกลับมางอกทดแทนเซลล์เดิมได้ แต่ก็จะทำให้สารเคมีโดปามีนในสมอง มีปริมาณเพียงพอกับความต้องการของร่างกายได้

 

สำหรับยาที่ใช้ในปัจจุบันคือ ยากลุ่ม LEVODOPA และยากลุ่ม DOPAMINE AGONIST เป็นหลัก ทั้งนี้การใช้ยาแต่ละชนิดขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยจากแพทย์ตามความเหมาะสม

 

2.ทำกายภาพบำบัด

จุดมุ่งหมายของการรักษาก็คือ ให้ผู้ป่วยกลับคืนสู่สภาพชีวิตที่ใกล้เคียงคนปกติที่สุด สามารถเข้าสังคมได้อย่างดี มีความสุขทั้งกายและใจ

 

ซึ่งมีหลักวิธีปฏิบัติง่ายๆ คือ

 

1) ฝึกการเดินให้ค่อย ๆ ก้าวขาแต่พอดี โดยเอาส้นเท้าลงเต็มฝ่าเท้าและแกว่งแขนไปด้วยขณะเดิน เพื่อช่วยในการทรงตัวดี นอกจากนี้ ควรหมั่นจัดท่าทางในอิริยาบถต่างๆ ให้ถูกสุขลักษณะ

รองเท้าที่ใช้ควรเป็นแบบส้นเตี้ยและพื้นต้องไม่ทำมาจากยาง หรือวัสดุที่เหนียวติดพื้นง่าย

 

2) เมื่อถึงเวลานอน ไม่ควรให้นอนเตียงที่สูงเกินไป เวลาจะขึ้นเตียงต้องค่อยๆ เอนตัวลงนอนตะแคงข้าง โดยใช้ศอกยันก่อนยกเท้าขึ้นเตียง

 

3) ฝึกการพูด โดยญาติจะต้องให้ความเข้าอกเข้าใจ ค่อยๆ ฝึกผู้ป่วยและควรทำในสถานที่ที่เงียบสงบ

 

3.การผ่าตัด

โดยมากจะได้ผลดีในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยและมีอาการไม่มากนัก หรือในผู้ที่มีอาการแทรกซ้อนจากยาที่ใช้มาเป็นระยะเวลานานๆ เช่น อาการสั่นที่รุนแรง หรือมีการเคลื่อนไหวแขน ขา มากผิดปกติจากยา

 

ปัจจุบันมีการใช้วิธีกระตุ้นไฟฟ้าที่สมองส่วนลึก โดยผ่าตัดฝังไว้ในร่างกาย พบว่า มีผลดี แต่ค่าใช้จ่ายสูงมาก

 

ดังนั้น ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคนรอบข้างในการพัฒนาฟื้นฟูด้านร่างกาย รวมถึงจิตใจ หากท่านมีคนใกล้ชิดที่เป็นโรคชนิดนี้ จึงควรรีบนำมาพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยโรคเพื่อการรักษาที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป

 

ข้อมูลอ้างอิง

www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=112

www.kanchanapisek.or.th

www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=24906

www.honestdocs.co/parkinsons-disease

www.medthai.com

#อาวุโสโซไซตี้
#เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

ช่องทางติดต่อเรา

Line : http://bit.ly/2j0bymq หรือ @happyseniorclub

Facebook : http://bit.ly/2jzRPy1 หรือ อาวุโส โซไซตี้

WebSite   : www.awusosociety.com

Call Center : 081 969 5665

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)