black-and-white-creative-desk-pen

รู้จัก โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะเป็นปัญหาสำคัญที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ สาเหตุมาจากอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความเป็นกรดในปัสสาวะและภูมิคุ้มกันลดลง  รวมถึงมีแหล่งสะสมเชื้อโรคเพิ่มในร่างกาย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีอาการปัสสาวะเล็ด

ดังนั้น รุ่นใหญ่ควรทำความรู้จักกับโรคดังกล่าว เรียนรู้วิธีดูแลตัวเองไม่ให้ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ดังนี้

โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

คือ ระบบทางเดินปัสสาวะติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ติดเชื้อส่วนบนของระบบทางเดินปัสสาวะจะมีผลต่อไต และท่อไต ส่วนที่สองคือติดเชื้อส่วนล่างของระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งจะมีผลต่อกระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ ส่วนใหญ่การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ มักเกิดจากเชื้อ อีโคไล และแบคทีเรียอื่น ๆ ที่พบได้ในบริเวณทางเดินอาหาร

อาการและสาเหตุ


อาการขึ้นอยู่กับว่า ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะระดับไหน ถ้าติดเชื้อแค่ในกระเพาะปัสสาวะ อาจมีอาการปัสสาวะแสบขัด ขุ่น ปัสสาวะบ่อยขึ้น แต่ถ้าติดเชื้อที่กรวยไต จะมีไข้ ปวดหลังร่วมด้วย

ส่วนสาเหตุเกิดจากภูมิคุ้มกันของผู้สูงอายุจะลดลง เช่น ในชายสูงวัยจะติดเชื้อได้ง่ายเนื่องจากสารคัดหลั่งจากต่อมลูกหมากซึ่งมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อได้จะลดลง

ส่วนในหญิงสูงวัยที่หมดประจำเดือนแล้ว จะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้มีเชื้อแลคโตบาซิลลัส บริเวณช่องคลอดน้อย ทำให้ค่าความเป็นกรดด่าง (พีเอช ) ในช่องคลอดสูงขึ้น ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี  

รวมถึงผู้สูงอายุที่ต้องใส่สายสวนปัสสาวะ เพื่อรักษาอาการปัสสาวะไม่ออก กลั้นปัสสาวะไม่ได้ หรือใส่ในช่วงผ่าตัด อาจเสี่ยงทำให้เชื้อโรคเข้าไปในทางเดินปัสสาวะได้ 

นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุมาจากโรคประจำตัว เช่น โรคหลอดเลือดสมองทำให้ประสาทที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ ทำให้ปัสสาวะค้าง เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย และโรคอื่น ๆ เช่น เก๊าท์ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคโลหิตจางชนิดชนิด  sickle  cell โรคไตวายเรื้อรังเป็นต้น

การรักษาโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

เมื่อมีอาการดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ผู้สูงอายุควรรีบพบแพทย์ เพื่อรับการรักษา โดยแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะ หรือยารักษาตามอาการ เช่น ยาแก้ปวดชนิดคลายการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ และผู้สูงอายุควรดื่มน้ำให้มาก อย่างน้อยวันละ 8–10 แก้ว เพื่อขับเชื้อออกทางปัสสาวะ ซึ่งโดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นภายใน 5–7 วัน 

ดูแลตัวเองอย่างไร ไม่ให้ติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

1.ดื่มน้ำมาก ๆ อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร เพื่อทำให้ปัสสาวะเจือจางและล้างเชื้อโรคออกจากกระเพาะปัสสาวะ ส่งผลให้แบคทีเรียลดลง

2.ดูแลสุขอนามัยบริเวณอวัยวะเพศให้สะอาด โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีปัญหาปัสสาวะเล็ดร่วมด้วย ยิ่งต้องใส่ใจทำความสะอาดบริเวณดังกล่าวบ่อยขึ้นและให้แห้งอยู่เสมอ เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

3.สวมเสื้อผ้า , กางเกงที่โปร่งสบาย  ควรเป็นผ้าคอตตอลมากกว่าไนลอน เพื่อป้องกันการอับชื้น

4.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ ชา น้ำอัดลม เพราะทำให้ระคายเคืองต่อกระเพาะปัสสาวะ

5.ไม่กลั้นปัสสาวะนาน ๆ เพราะจะทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในกระเพาะสามารถเจริญเติบโต ทำให้เกิดการอักเสบได้

นอกจากนี้ รุ่นใหญ่ควรรับประทานอาหารที่มีกากใยสูงเพื่อป้องกันท้องผูกเพราะมีผลต่อการทำงานของลำไส้และกระเพาะปัสสาวะ อีกทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่กระตุ้นต่อการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

รวมถึงให้ความสำคัญกับการดูแลสุขอนามัยของจุดซ่อนเร้น ซึ่งจะช่วยป้องกันและลดภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดตามมาได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณแหล่งข้อมูล

www.si.mahidol.ac.th, www.honestdocs.co, วารสารพยาบาล การสาธารณสุขและการศึกษา

#อาวุโสโซไซตี้  #เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

 

Follow Line@: @happyseniorclub หรือ http://bit.ly/2j0bymq

Follow Facebook: http://bit.ly/2jzRPy1

WebSite: www.awusosociety.com

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)