ความดันโรหิตสูง.jpg

ความดันโลหิตสูง แค่กินยาพอไหม

โรคความดันโลหิตสูงถูกจัดเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่ติดต่อหรือที่เค้าเรียกกันว่ากลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases) นอกจากโรคความดันโลหิตสูงก็ยังมี โรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ (Cardiovascular&Cerebrovascular Diseases) โรคถุงลมโป่งพอง (Emphysema) โรคมะเร็ง (Cancer) โรคอ้วนลงพุง (Obesity)

 

โดยโรคความดันโลหิตสูงจะเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งโรคทั้ง 2 นี้เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตในคนไทยเลย ดังนั้นคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง จึงสมควรรักษาโรค ไม่ชะล้าใจ ปล่อยผ่าน เพิกเฉย หรือเมินปัญหานี้ไป

 

การที่เราจะรู้ว่าเราเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้นั้นไม่ใช่ว่าแค่เราไปวัดความดันโลหิตแล้วค่าความดันที่วัดได้เกินค่ามาตรฐาน (ค่าความดันโลหิตตามมาตรฐาน คือ 120/80 มม.ปรอท หรือที่เรามักเรียกว่าค่าความดันตัวบน/ตัวล่าง) เค้าจะมีเกณฑ์ในการพิจารณาด้วยว่า ถ้าวัดความดันโลหิตได้เท่านี้ประกอบกับประวัติคนไข้แบบนั้น แบบนี้จะถูกจัดเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ ค่าความดันโลหิตที่วัดได้ มันจะขึ้นอยู่กับ สิ่งแวดล้อมของห้องตรวจ อุปกรณ์ที่ใช้วัดความดันโลหิต ความชำนาญของบุคลากร ความพร้อมของผู้ถูกตรวจดังนั้นการที่เราจะรู้ได้ว่าตัวเองเป็นโรคความดันโลหิตสูงได้นั้นต้องเป็นการแจ้งจากแพทย์

พอเราทราบแล้วว่าตัวเองเป็นโรคความดันโลหิตสูง คนอาจจะมุ่งเน้นที่การรับประทานยา จนบางครั้งเค้าอาจจะละเลยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวันไป ซึ่งหลักในการรักษาโรคความดันโลหิตสูงมันจะประกอบไปด้วย  2 ข้อ คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต และ การใช้ยาลดความดันโลหิต โดยการใช้ยาลดความดันโลหิต เราต้องรับประทานยาที่ได้เป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งแพทย์จะทำการคัดเลือกยาที่เหมาะสมกับคนไข้นั้น ๆ แต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตประจำวันมักจะมีรูปแบบที่คล้ายกัน และสามารถปฏิบัติได้ทันที มีคำแนะนำว่า “การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต มีความจำเป็นต้องทำในผู้ป่วยทุกรายไม่ว่าจะใช้ยาลดความดันโลหิตร่วมด้วยหรือไม่ก็ตาม”

 

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิตจะประกอบไปด้วย 5 วิธีการหลัก ๆ ดังนี้

1. การคุมน้ำหนักให้อยู่ในช่วงมาตรฐาน คือ เค้าจะดูที่ค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI คือ 18.5 – 22.9 กก/ตร.ม.และมีเส้นรอบเอวไม่เกิน 36 นิ้ว (90 ซม.) ในผู้ชาย และไม่เกิน 32 นิ้ว (80 ซม.) ในผู้หญิง

 

2. การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่  พวกโปรตีนก็เน้นเนื้อปลาหรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน

 

3. การจำกัดปริมาณโซเดียมหรือเรียกง่าย ๆ ว่ากินเกลือหรือกินเค็มให้น้อยลง แนะนำว่าไม่เกิน 2 กรัมต่อวัน หรือเท่ากับเกลือ 1 ช้อนชา หรือน้ำปลาหรือซีอิ้วขาว 3-4 ช้อนชา หรือผงชูรส 1 ช้อนชา

 

4. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 5 วัน

 

5. จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ให้ไม่เกิน 10 กรัมต่อวัน สำหรับผู้หญิง หรือ 20 กรัมต่อวัน สำหรับผู้ชาย

 

ข้อมูลจาก

https://ccpe.pharmacycouncil.org/showfile.php?file=820

http://www.thaiheart.org/images/column_1563846428/Thai%20HT%20Guideline%202019.pdf

 

#อาวุโสโซไซตี้
#เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

ช่องทางติดต่อเรา

Line : http://bit.ly/2j0bymq หรือ @happyseniorclub

Facebook : http://bit.ly/2jzRPy1 หรือ อาวุโส โซไซตี้

WebSite   : www.awusosociety.com

Call Center : 081 969 5665

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)