แผลกดทับ.jpg

การป้องกันแผลกดทับ

แผลกดทับ คืออะไร ? ก็ตามชื่อเลยครับ มันก็คือแผลที่เกิดจากแรงกดทับ พอมีแรงมากดทับเนื้อเยื่อบริเวณนั้นเป็นเวลานาน มันจะทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดแดงฝอย การไหลเวียนของเลือดมาบริเวณนั้นก็จะน้อยลง ส่งผลทำให้เกิดการคั่งของของเสียและสารพิษที่เกิดจากการขบวนการเผาผลาญในร่างกายได้นั้นเองครับ

เริ่มแรงอาจจะเห็นรอยแดงๆที่ผิวหนังหลังมีแรงกดทับมานาน นั้นเค้าเรียกว่า “แผลกดทับระดับ 1” ครับ รอยแดงที่เห็นถ้าเราลองเอานิ้วกดเบา ๆ ที่รอยแดง มันก็ไม่ซีดขาว แต่มันยังคงแดงเหมืนเดิมครับ ซึ่งมันผิดปกติ ถ้าเรายังคงปล่อยผ่านไป ไม่ทำอะไร มันก็จะเกิด “แผลกดทับระดับ 2” คือ จะมีการสูญเสียผิวหนังเกิดขึ้น พูดง่าย ๆ ว่า เกิดเป็นแผลขึ้นนั้นเอง แต่จะเป็นแผลตื้น ๆ นะครับ ยังไม่เป็นแผลลึกมาก บางที่อาจจะไม่เป็นแผล แต่เป็นถุงน้ำพองหากยังปล่อยไว้อีก ชะล้าใจ แผลก็จะลึกมากขึ้น และอาจจะมีเนื้อตายได้

บริเวณที่จะเกิดแผลกดทับได้นะครับ จะเป็นผิวหนังหรือเนื้อเยื้อบริเวณปุ่มกระดูกครับ ทั้งนี้มันเป็นเพราะว่าผิวหนังหรือเนื้อเยื้อบริเวณนั้นมันทนต่อแรงกดทับได้น้อยกว่าตำแหน่งอื่นครับ แสดงว่าแผลกดทับเกิดได้ทุกที่ที่โดนแรงกดทับ แต่บริเวณที่กล่าวเป็นแผลกดทับได้ง่ายกว่า ยกตัวอย่างคนที่นอนติดเตียง บริเวณที่มักจะพบแผลกดทับ ก็จะมี บริเวณก้น สะโพกด้านข้าง และส้นเท้า อีกตัวอย่างหนึ่งตัวอย่าง คนที่ต้องนั่งนาน ๆ เราจะพบแผลกดทับที่บริเวณก้น เท้า และที่ข้อศอก

 

จากที่ได้กล่าวไปว่า แผลกดทับมันเกิดจากแรงกดทับ ดังนั้น หากเราต้องการที่จะป้องกันแผลกดทับแล้ว เราก็ต้องกำจัดแรงนั้นไป อีกอย่างเราก็ต้องกระทำการป้องกันต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิด แผลกดทับใหม่อีก...นี้คือหลักในการดูแลรักษาแผลกดทับครับ

 

การกำจัดแรงกดทับ ทำได้ดังนี้ครับ

1. การเปลี่ยนท่า

2. การใช้หมอนหนุน

3. การใช้อุปกรณ์ลดแรงกดทับ มีการศึกษาหนึ่งครับ เค้าจัดท่าผู้ป่วยนอนติดเตียง จากนอนเป็นท่านั่งให้หัวสูง พบว่า เมื่อนั่งให้หัวสูงก็จะมีแรงกดทับบริเวณก้นกบมาก

 

โดยท่าที่เกิดแรงกดน้อยที่สุด คือ ท่านอนศีรษะสูง 30 องศา พร้อม ๆ กับงอเข่า 30 องศา ครับ ส่วนอุปกรณ์ลดแรงกดทับ เช่น เตียงน้ำ แผ่นรองช่วยกระจายน้ำหนักเบาะนั่ง ฯลฯ       

 

นอกจากการกำจัดแรงกดทับ การป้องกันไม่ให้เกิดแผลกดทับใหม่ก็สำคัญ มีข้อควรปฏิบัติในการดูแลผิวหนังของผู้ที่เสี่ยงหรือที่มีแผลกดทับ ดังนี้ครับ

1. เปลี่ยนท่าหรือหมั่นเคลื่อนไหวบ่อย ๆ อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง

​2. เปลี่ยนท่าโดยการยก ไม่ใช้การลากนะครับ (ผิวหนังจะได้ไม่ถลอก)

3. ท่านอนตะแคงไม่เกิน 30 องศา

4. ดูแลผิวหนังให้สะอาดและทาโลชั่น ทาครีม อย่าปล่อยให้ผิวแห้ง ไม่นอนจมของเสีย ทำให้ผิวเปียก เปื้อน เปื่อย

5. หมั่นคอยสังเกตดูความผิดปกติของผิวหนังบ่อย ๆ

การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษานะครับ

 

อ้างอิง

https://med.mahidol.ac.th/nursing/ACNER/admin/file_doc/20190813090819.pdf

#อาวุโสโซไซตี้
#เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

ช่องทางติดต่อเรา

Line : http://bit.ly/2j0bymq หรือ @happyseniorclub

Facebook : http://bit.ly/2jzRPy1 หรือ อาวุโส โซไซตี้

WebSite   : www.awusosociety.com

Call Center : 081 969 5665

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)