คิดช้า.jpg

คิดช้า ก้าวขาไม่ออก ทรงตัวไม่ได้ อาจไม่ใช่ "อัลไซเมอร์"

ร่างกายของมนุษย์เราเมื่อผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานตามกาลเวลา ระบบต่างๆ ของร่างกายได้เกิดความแปรปรวนไปตามความเสื่อมลงของช่วงอายุ อาการที่พบบ่อยก็คือ อาการเดินเซ ความทรงจำลดลง กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หลายคนอาจคิดว่า อาการเหล่านี้เสี่ยงการเป็นโรคอัลไซเมอร์ หรือโรคสมองเสื่อม แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เพราะนั่นอาจเป็นภาวะโพรงน้ำในสมองโต

 

อาวุโสโซไซตี้ จึงนำความรู้เกี่ยวกับโรคนี้ มาบอกเล่าสู่ชาวอาวุโสโซไซตี้ทุกท่าน เพื่อจะได้เริ่มต้นเช็คอาการกันตั้งแต่ตอนนี้เลยค่ะ

 

อ.ดร.นพ.ศรัณย์ นันทอารี อาจารย์หมอ ประจำสาขาวิชาประสาทศัลยศาสตร์ ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้ความรู้เรื่อง การเดินผิดปกติในผู้สูงอายุและภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง (Normal pressure hydrocephalus) ไว้ดังนี้

 

1.ภาวะน้ำเกินในโพรงสมองคืออะไร

สมองของมนุษย์นั้นไม่ใช่ก้อนเนื้อตัน แต่จะมีโพรงน้ำอยู่ภายใน  น้ำดังกล่าวคือ น้ำหล่อสมองและไขสันหลัง ทำหน้าที่ดูดซับแรงกระเทือนและถ่ายเทสารเคมี ในสภาวะที่การดูดซึมของน้ำผิดปกติไป ก็จะมีน้ำคั่งดันโพรงสมองให้โตผิดปกติและเกิดภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง

 

2.ภาวะน้ำเกินในโพรงสมองมีอาการอย่างไร

โรคนี้มักจะเป็นในผู้ใหญ่ วัย 60 ปีขึ้นไป โดยมากมักจะเกิดอาการเดินผิดปกติ เช่น เดินช้า ก้าวขาไม่ออก ยกขาไม่พ้นจากพื้น เดินซอยเท้า ทรงตัวไม่ดี ล้มบ่อย บางคนมาโรงพยาบาลด้วยเรื่องล้มบ่อย โดยไม่รู้ว่ามีโรคนี้แอบแฝงอยู่ การเดินจะแย่ลงช้าๆ จนอาจจะเดินไม่ได้เลยในท้ายที่สุด

 

นอกจากเรื่องเดินผิดปกติแล้ว อาจจะมีปัญหาสมองเสื่อม สังเกตว่ามีสมาธิสั้น เฉื่อยชา ไม่ค่อยสนใจ รวมทั้งมีความจำที่แย่ลง หลงลืม ในระยะท้ายจะเริ่มมีปัญหาปัสสาวะราด โดยอาจจะปัสสาวะออกมาโดยไม่บอก หรือปัสสาวะราดออกมาโดยที่เข้าห้องน้ำไม่ทัน

 

3.รู้ได้อย่างไรว่ามีภาวะน้ำเกินในโพรงสมอง

สังเกตได้จากการเดินที่ผิดปกติ สติปัญญาลดลง หรือปัสสาวะราด หากมาอาการดังนี้ ควรไปตรวจสแกนสมองด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (TC Scan) หรือการตรวจสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสมอง (MRI Brain) ถ้าแพทย์พบว่า ขนาดของโพรงสมองโตผิดปกติ ถือว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นโรคนี้ ทั้งนี้ก็จะแนะนำให้ทำการตรวจเพิ่มเติม หรือทำการรักษาต่อไป

 

4.โรคน้ำเกินในโพรงสมองสามารถรักษาอย่างไร

หนทางรักษาคือ การผ่าตัดฝังท่อระบายน้ำ โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นการผ่าตัดฝังท่อระบายน้ำจากโพรงสมองเข้าสู่ช่องท้อง หรือผ่าตัดฝังท่อระบายน้ำจากช่องไขสันหลังเข้าสู่ช่องท้อง

 

5.การผ่าตัดฝังท่อระบายน้ำมีความเสี่ยงไหม

การผ่าตัดฝังท่อระบายน้ำเข้าสู่ช่องท้องเป็นการผ่าตัดที่มีบาดแผลเล็ก หรือเกือบจะไม่มีการสูญเสียเลือด ใช้เวลาผ่าตัดน้อยกว่า 1 ชั่วโมง ดังนั้นจึงเป็นการผ่าตัดที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยเฉพาะกรณีผ่าตัดชนิดฝังท่อจากไขสันหลังเข้าสู่ช่องท้อง จะมีความเสี่ยงต่ำมาก

 

เนื่องจากไม่ต้องทำการเจาะบริเวณสมอง ความเสี่ยงจากการผ่าตัดมักไม่ใช่ความเสี่ยงของการผ่าตัดโดยตรง แต่มักเป็นความเสี่ยงอันเนื่องจากการมีโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ เป็นต้น

 

6.ปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดได้อย่างไร

แพทย์จะนัดผู้ป่วยมาประเมินความคืบหน้าของอาการเป็นระยะๆ ร่วมกับปรับเปลี่ยนการระบายน้ำตามความจำเป็น ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดใส่ท่อชนิดปรับแรงดันได้ สมควรหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้อุปกรณ์แม่เหล็กที่มีกำลังสูง เช่น เครื่องตรวจแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพราะผู้คนไข้ที่เดินไม่ได้มาเป็นเวลานานจะมีกล้ามเนื้อขาลีบและอ่อนกำลัง

 

แม้ว่าหลังจากผ่าตัดแล้ว สมองจะสามารถส่งคำสั่งมาควบคุมขาให้เดินได้ดีแล้วก็ตาม แต่ถ้ากล้ามเนื้อขาอ่อนกำลัง การเดินที่ดีย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นการทำกายภาพบำบัดเพื่อฝึกยืนและฝึกเดินจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยอาจต้องอดทนและทำกายภาพบำบัดต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายเดือนจึงจะเริ่มเห็นผล

 

7.หลังจากผ่าตัดแล้ว การเดิน หลงลืมและปัสสาวะราดจะดีขึ้นหรือไม่

นอกจากโรคน้ำเกินในโพรงสมองแล้ว ยังอาจเกิดจากโรคอื่นๆ ได้อีก เช่น โรคพาร์กินสัน โรคเข่าเสื่อม โรคกระดูกสันหลัง เป็นต้น  นอกจากนี้อาการหลงลืมและปัสสาวะราดจากโรคน้ำเกินในโพรงสมอง อาจจะคล้ายคลึงกับอาการของโรคอัลไซเมอร์และต่อมลูกหมากโต ซึ่งโรคต่างๆ เหล่านี้สามารถพบได้บ่อยในกลุ่มรุ่นใหญ่อยู่แล้ว ทำให้การวินิจฉัยภาวะน้ำเกินในโพรงสมองทำได้ลำบากและไม่สามารถวินิจฉัยได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์

 

กรณีที่เป็นโรคน้ำเกินในโพรงสมองจริง คนไข้จะมีอาการที่ดีขึ้นหลังผ่าตัด แต่ถ้าไม่ใช่โรคน้ำเกินในโพรงสมอง แต่ได้รับการวินิจฉัยผิดว่าเป็นโรคนี้ อาการจะไม่ดีขึ้นหลังผ่าตัด ดังนั้นเพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่จะผ่าตัดแล้วไม่ได้ผล

 

แพทย์จะจึงจัดแบ่งความเป็นไปได้ของโรคไว้ 3 ระดับ ดังนี้

 

7.1 มีแนวโน้มเป็นโรคน้ำเกินในโพรงสมอง (Probable)

7.2 อาจเป็นโรคน้ำเกินในโพรงสมอง (Possible)

7.3 ไม่น่าเป็นโรคน้ำเกินในโพรงสมอง (Unlikely)

 

กรณีที่แพทย์คิดว่า มีแนวโน้มเป็นโรคน้ำเกินในโพรงสมอง (Probable) แพทย์จะแนะนำให้ทำการผ่าตัด เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่อาการจะดีขึ้นหลังผ่าตัด หากกรณีไม่น่าเป็นโรคน้ำเกินในโพรงสมอง (Unlikely) แพทย์จะไม่แนะนำให้ทำการผ่าตัดและให้เฝ้าสังเกตอาการต่อไป ส่วนในกรณีก่ำกึ่งที่อาจเป็นโรคน้ำเกินในโพรงสมอง (Possible) นั้น แพทย์มักจะแนะนำให้ทำการตรวจเพิ่มเติมโดยการทดสอบเจาะระบายน้ำจากช่องไขสันหลัง เพื่อให้ได้ข้อมูลว่าสมควรทำการผ่าตัดฝังท่อระบายน้ำต่อไปหรือไม่

 

8.เจาะระบายน้ำจากช่องไขสันหลังเพื่ออะไร

ท่านใดที่ก่ำกึ่งว่าอาจเป็นโรคน้ำเกินในโพรงสมอง (Possible) แพทย์มักจะแนะนำให้ทดสอบเพิ่มเติม โดยการเจาะระบายน้ำจากช่องไขสันหลัง เพื่อประเมินว่าการเดิน หรือภาวะสมองเสื่อมดีขึ้นชั่วคราว หลังเจาะระบายน้ำหรือไม่ ถ้ามีการตอบสนองในทางที่ดีขึ้น ก็มีแนวโน้มสูงว่า หลังผ่าตัดฝังท่อระบายน้ำเข้าสู่ช่องท้องอาการจะดีขึ้นจริง

 

การเจาะระบายน้ำจากช่องไขสันหลังเป็นการตรวจที่ทำได้ง่าย โดยการฉีดยาชา มีความเสี่ยงต่ำและไม่ใช่การทำผ่าตัด แพทย์อาจจะทำการเจาะเพียงครั้งเดียวหรือมากกว่า 1 ครั้ง หรืออาจจะสอดสายระบายชั่วคราว 3 วัน ขึ้นอยู่กับการตอบสนองของการเจาะครั้งแรก

 

อย่าลืมดูแลร่างกายตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หากพบความผิดปกติต้องรีบไปหมอทันทีนะคะ อย่าปล่อยไว้นานค่ะ

 

อัพเดตข่าวสารได้ใหม่ บนเว็บไซต์อาวุโสโซไซตี้ค่ะ

 

ข้อมูลอ้างอิง

www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=887

www.thaipost.net/main/detail/21763

www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=27730

www.rcot.org/datafile/_file/_doctor/19ac85bb3173b1706ed42f90e98f387d.pdf

#อาวุโสโซไซตี้
#เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

ช่องทางติดต่อเรา

Line : http://bit.ly/2j0bymq หรือ @happyseniorclub

Facebook : http://bit.ly/2jzRPy1 หรือ อาวุโส โซไซตี้

WebSite   : www.awusosociety.com

Call Center : 081 969 5665

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)