Oral Rehydration Salt.jpg

น้ำเกลือแร่ใช้กับคนเป็นโรคเบาหวานได้หรือไม่

เมื่อมีอาการท้องเสีย หรือ มีอาการอาเจียน จะทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ และอาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำได้ ซึ่งภาวะขาดน้ำจะมีอาการดังนี้ครับ ปากแห้ง  คอแห้ง ตาแห้ง กระหายน้ำอย่างหนัก ปัสสาวะน้อยและมีสีเข้ม ซึมๆ งงๆ  การดื่มน้ำหรือการดื่มเกลือแร่จะป้องกันอาการเหล่านี้ได้

 เกลือแร่ที่ขายตามท้องตลาดจะมี 2 แบบ คือ เกลือแร่สำหรับคนที่ท้องเสีย (Oral Rehydration Salt หรือ ORS) กับเกลือแร่สำหรับผู้ที่เสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย (Oral Rehydration Therapy หรือ ORT) ORS กับ ORT มันต่างกันตรงที่ปริมาณน้ำตาลและเกลือแร่  เมื่อมีอาการท้องเสีย หรือ มีอาการอาเจียน จะใช้ ORS โดยนำ ORS 1ซอง ละลายผสมกับน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว 1 แก้ว (250 มิลลิลิตร) แล้วดื่มทีละ น้อยๆ แต่บ่อยครั้ง  (จิบ ๆ) แต่หากผู้ป่วยยังคงถ่ายบ่อยและมีอาการมากขึ้น เช่น อาเจียนมากขึ้น ไข้สูง ชัก หรือมีอาการขาดน้ำ ควรนำไปตรวจรักษาที่โรงพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็วครับ

ส่วน ORT จะพิจารณาให้กับผู้ที่เสียเหงื่อให้กับการเล่นกีฬา การออกกำลังกาย โดยร่างกายจะเสียน้ำและน้ำตาลเป็นหลักครับ ร่างกายจะเสียเกลือแร่ในปริมาณที่น้อยมาก นั้นหมายความว่า ORT จะมีปริมาณน้ำตาลสูงนั้นเอง หากออกกำลังกายไม่มาก เหงื่อออกน้อย หรือที่เค้าเรียกว่า ”ออกกำลังกายไม่ถึง” แล้วดันไปกิน ORT ร่างกายก็จะได้รับน้ำตาลโดยไม่จำเป็น (ระวังอ้วนกันนะครับ)

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเป็นโรคเบาหวาน ที่ต้องใส่ใจในเรื่องอาหารการกิน ต้องใส่ใจในเรื่องของน้ำตาล ก็ต้องระวังผลิตภัณฑ์เกลือแร่ด้วยนะครับ

จากที่ได้กล่าวไว้ว่า น้ำเกลือแร่ มีปริมาณของน้ำตาล จึงมีข้อสงสัยที่ว่า “คนที่เป็นโรคเบาหวานจะสามารถดื่มน้ำเกลือแร่ได้หรือไม่ ?”

ซึ่งทางสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยได้แนะนำว่า “หากท้องเสียควรดื่มน้ำเกลือแร่ น้ำแกงหรือซุปใส เพื่อป้องกันความผิดปกติของเกลือแร่ในเลือด” และนอกจากนี้นะครับยังแนะนำเพิ่มเติมว่า “ควรชั่งน้ำหนักตัวและประเมินปริมาณปัสสาวะด้วย หากน้ำหนักตัวลดลงแล้วก็ปริมาณปัสสาวะมาก แสดงว่าอยู่ในภาวะขาดน้ำ ต้องดื่มน้ำหรือเกลือแร่เพิ่มขึ้น” (สำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจวาย น้ำท่วมปอดหรือโรคไตที่แพทย์จำกัดน้ำ ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับปริมาณน้ำที่เหมาะสมครับ)

 

แสดงว่าคนเป็นโรคเบาหวานสามารถใช้ น้ำเกลือแร่ (ORS) ได้

สิ่งหนึ่งที่คนเป็นโรคเบาหวานควรจะทราบ เมื่อไม่สบายร่างกายจะมีการสร้างน้ำตาลเพิ่มขึ้น มีภาวะดื้อต่ออินซูลินมากขึ้น คนเป็นโรคเบาหวานก็จะเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้ง่าย การเตรียมตัวก่อนป่วยจึงเป็นเรื่องที่สำคัญครับ ควรมีการปรึกษาหรือวางแผนกับแพทย์เกี่ยวกับการปฏิบัติตนเมื่อเจ็บป่วย เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูง และอาจมีการทบทวนแผนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

อ้างอิง

https://ccpe.pharmacycouncil.org/showfile.php?file=672

https://www.thaihealth.or.th/Content/36302-%E2%80%9C%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B9%88%E2%80%9D%20%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%94%E0%B8%B5%20%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%20.html

https://dmthai.org/index.php/knowledge/for-normal-person/health-information-and-articles/health-information-and-articles-old-3/798-2018-12-02-03-05-15

#อาวุโสโซไซตี้
#เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

ช่องทางติดต่อเรา

Line : http://bit.ly/2j0bymq หรือ @happyseniorclub

Facebook : http://bit.ly/2jzRPy1 หรือ อาวุโส โซไซตี้

WebSite   : www.awusosociety.com

Call Center : 081 969 5665

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)