black-and-white-creative-desk-pen

เห็นเงาในตาฉันไหม เห็นอะไรในตาฉันไหม

เมื่อดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจที่ช่วยให้เราสามารถมองเห็นความสวยงามบนโลกใบนี้ ได้เพลิดเพลินกับการท่องเที่ยว และเรียนรู้สิ่งต่างๆ ถือเป็นอวัยวะสำคัญในการดำรงชีวิตของคนเรา

โรคตาในผู้สูงอายุ เป็นอีกหนึ่งโรคที่มาพร้อมกับความเสื่อมหรือถดถอยของร่างกายตามธรรมชาติ โรคตาบางโรคจะพบได้มากเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม  ดังนั้นผู้สูงอายุควรทำเข้าใจและเรียนรู้วิธีป้องกันเพื่อสร้างเสริมสุขภาพตาให้ดียิ่งขึ้น  ซึ่งโรคตาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุมีดังนี้

 

+โรคต้อกระจก

เป็นโรคเกี่ยวกับตาที่พบได้บ่อยเป็นอันดับต้นๆ เกิดจากเลนส์แก้วตาภายในดวงตาขุ่นทำให้แสงผ่านเข้าไปในตาได้น้อยลง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคนี้ ได้แก่ อายุ การได้รับแสงอัลตราไวโอเลตบ่อย ๆ หรือแสงแดดจ้า ความดันโลหิตสูง ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน  การใช้ยาหยอดตากลุ่มสเตียรอยด์ (Steroid) เป็นต้น

โดยผู้สูงอายุสามารถสังเกตอาการของตัวเองได้ เช่น ตามัวลง อาจเริ่มจากต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย ๆ   อาจมองเห็นภาพเป็นสีเหลือง หรืออาจมองเห็นแสงกระจายในที่สว่างจ้า

+การรักษาโรคต้อกระจก

การรักษาต้องทำการผ่าตัดเอาเลนส์ที่ขุ่นออก และใส่เลนส์แก้วตาเทียม ซึ่งในปัจจุบันใช้คลื่นเสียงความถี่สูง(อัลตราซาวด์) สลายต้อกระจก ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องเย็บแผล  ผู้ป่วยมักจะกลับมามองเห็นเป็นปกติ

+โรคต้อหิน

เมื่ออายุมากขึ้นมีโอกาสเกิดต้อหินเพิ่มขึ้นตามวัย  ต้อหินเป็นโรคของเส้นประสาทตา ซึ่งเป็นตัวนำกระแสประสาทจากลูกตาไปยังสมอง ทำให้สามารถมองเห็นภาพต่าง ๆ ได้  โดยปัจจัยเสี่ยงหลัก คือ ความดันตาสูง กดทำลายเส้นประสาทตา นอกจากนี้ยังมีสาเหตุมาจากคนในครอบครัวเป็นต้อหิน ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป การใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ (Steroid) และได้รับอุบัติเหตุหรือผ่าตัดตามาก่อน

ซึ่งในช่วงแรกของโรคมักไม่มีอาการใดๆ ต่อมาจะสูญเสียการมองเห็นจากด้านข้างเข้ามาตรงกลางเรื่อย ๆ และตาบอดในที่สุด อาจมีต้อหินบางประเภท เช่นต้อหินมุมปิดเฉียบพลันที่มีอาการปวดมาก เห็นแสงรุ้งรอบดวงไฟ สายตามัวลงมาก และตาแดง ซึ่งเป็นอาการเร่งด่วนที่ต้องรีบมาพบแพทย์

+การรักษาโรคต้อหิน

การรักษาต้อหินส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยยาลดความดันตา หรือการยิงเลเซอร์โดยผู้ป่วยจะต้องมาตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ ถ้ารักษาด้วยยาไม่ได้ผล จะต้องใช้วิธีผ่าตัดต่อไป  ปัจจุบันไม่มีการรักษาที่สามารถทำให้การมองเห็นกลับคืนมาเท่าคนปกติ แต่สามารถชะลอไม่ให้โรคแย่ลงได้

 

+โรคจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม

เกิดจากภาวะเสื่อมของบริเวณจุดภาพชัดที่อยู่บริเวณส่วนกลางของจอตา ซึ่งจุดนี้ใช้รับรู้รายละเอียดและสีของภาพ ทำให้การมองเห็นส่วนกลางของภาพมัวลง โดยที่ยังเห็นบริเวณรอบข้างของภาพได้เป็นปกติ  สาเหตุเกิดจากการสะสมของอนุมูลอิสระ และของเสียจากการทำงานที่ไม่สมบูรณ์ของเซลล์รับแสง

ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคคือ ภาวะสูงอายุ แสงอัลตราไวโอเลตหรือแสงอาทิตย์ การสูบบุหรี่ และความดันโลหิตสูงรวมถึงปัจจัยทางพันธุกรรมมีส่วนร่วมในการเกิดโรคนี้เช่นกัน

โดยอาการในระยะเริ่มต้นอาจไม่มีอาการ ต่อมาจะมีอาการตามัว เห็นภาพบิดเบี้ยว เห็นจุดดำอยู่กลางภาพ และสูญเสียการมองเห็นตรงกลางภาพโดยไม่มีอาการปวดแต่อย่างใด

+การรักษาจุดภาพชัดที่จอตาเสื่อม

มีการรักษาหลายวิธี ได้แก่ ฉีดยาที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเกิดหลอดเลือดเข้าในวุ้นตา การใช้แสงเลเซอร์พลังงานต่ำและสารไวแสง การใช้แสงเลเซอร์พลังงานสูง บางกรณีอาจพิจารณาใช้การผ่าตัดวุ้นตาและจอตาร่วมด้วย

ถึงแม้ปัจจุบันจะมีนวัตกรรมในการรักษาโรคเกี่ยวกับตาที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง อย่างไรก็ตามการดูแลดวงตาและเรียนรู้วิธีป้องกัน ย่อมช่วยชะลอให้ดวงตาของผู้สูงอายุเสื่อมถอยช้าลง โดยการสวมแว่นตากันแดดทุกครั้งเมื่อต้องอยู่กลางแดดจัด งดสูบบุหรี่

นอกจากนี้ผู้สูงอายุควรทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อีกทั้งควรตรวจตาเป็นประจำทุกปี เพื่อหาความผิดปกติและทำการรักษาได้ทันท่วงที ส่งผลให้ผู้สูงอายุกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง

 

ขอขอบคุณแหล่งข้อมูล

www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=966

#อาวุโสโซไซตี้ #คนสูงอายุ #สูงวัย #สุขภาพคนสูงอายุ #อาวุโส

 

Follow Line@: @happyseniorclub หรือ http://bit.ly/2j0bymq

Follow Facebook: http://bit.ly/2jzRPy1

WebSite: www.awusosociety.com

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)