black-and-white-creative-desk-pen

อย่าทิ้งผู้สูงวัย

ขอบคุณข้อมูลจาก ไทยรัฐ

อีก 12 ปีข้างหน้า 64 ประเทศทั่วโลกจะมีผู้สูงวัยที่มีอายุกว่า 60 ปีเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 30 โลกจะมีผู้สูงวัยวัยต้นที่มีอายุ 60-69 ปี วัยกลาง 70-79 ปี และวัยปลายที่อายุมากกว่า 80 ปี แนวโน้มที่สำคัญอย่างหนึ่งของโลกคือ จะมีสังคมของผู้สูงวัยที่มีขนาดใหญ่โตขึ้น

สหประชาชาติบอกว่ามีคนฉลองวันเกิดครบรอบ 60 ปี มากถึงวินาทีละ 2 คน ทำให้ในแต่ละปีมีคนอายุ 60 ปีเพิ่มขึ้น 58 ล้านคน 1 ใน 5 ของประชากรโลกคือผู้สูงวัยที่กลั้นปัสสาวะไม่ได้ กลั้นอุจจาระไม่ไหว ขึ้นลงบันไดลำบาก เคลื่อนไหวภายในห้องไม่ได้ บางคนลุกจากเตียงไม่ได้ มีปัญหาในการใช้ห้องน้ำคนเดียว อาบน้ำเองไม่ได้ ที่แย่ไปกว่านั้นคือ บางคนใส่เสื้อผ้าด้วยตัวเองไม่ได้

สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีสัดส่วนของคนสูงวัยมากที่สุดในประชาคมอาเซียน คือมีมากกว่าร้อยละ 18 ไทยรองลงมา มีมากกว่าร้อยละ 16 และเวียดนามเป็นลำดับ 3 มากกว่าร้อยละ 10 ทว่าสิงคโปร์เป็นประเทศที่เตรียมความพร้อมในการดูแลผู้สูงวัยได้ดีที่สุด รัฐบาลสิงคโปร์ตั้งกระทรวงพัฒนาชุมชน เยาวชน และกีฬา ให้รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ เป็นคณะกรรมการด้านผู้สูงอายุ มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นประธาน ทุกคนมุ่งทำงานตามคำขวัญ Successful Aging for Singapore

ผู้สูงวัยสิงคโปร์ได้รับการจ้างงานและสามารถเพิ่มความมั่นคงทางการเงินให้ตนเองในวัยชราได้ รัฐบาลยังตั้งกองทุน Central Provident Fund หรือ CPF ไว้เป็นหลักประกันให้ประชาชนไม่ลำบากทางด้านการเงินในยามเกษียณ อาจจะเป็นเพราะเป็นประเทศเล็ก มีประชากรน้อย สิงคโปร์จึงดูแลสุขภาพผู้สูงอายุได้ดีและมีหน่วยงานที่ช่วยเหลือผู้สูงวัยในสังคมที่มีประสิทธิภาพ

ส่วนประเทศที่รัฐบาลไม่ได้เตรียมการรองรับการมาของสังคมผู้สูงวัย สังคมของประเทศนั้นก็จะโดนกระทบในวงกว้าง อันดับแรกเลยก็เรื่องเศรษฐกิจ เมื่อคนวัยทำงานลดลง ผลิตภาพย่อมลดลงไปด้วย ประเทศที่ฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดีจะพบกับความยากลำบากในการหางบประมาณเพื่อการบำเหน็จบำนาญให้เพียงพอ

ประเทศที่มีคณะผู้นำกระปลกกระเปลี้ยในวิสัยทัศน์ผู้สูงวัย ประเทศนั้นจะเต็มไปด้วยผู้สูงวัยที่มีปัญหาข้ออักเสบ ข้อเสื่อม หลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจตาย ถุงลมโป่งพอง หลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง เบาหวาน ภาวะอ้วน ฯลฯ ผู้สูงวัยในชนบทของหลายประเทศมักมีฟันไม่ครบ 20 ซี่ ท่านผู้ชราเหล่านี้นี่แหละครับที่มีปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีผู้สูงวัยเป็นสัดส่วนเกินร้อยละ 30 และ 1 ใน 4 ของประชากรมีอายุเกิน 65 ปี ในห้วง 20 ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นมีอาชญากรรมแบบลหุโทษมากขึ้น 4 เท่าตัว นักโทษ 1 ใน 5 เป็นผู้สูงวัย และ 9 ใน 10 ของคดีอาชญากรรมที่ผู้สูงวัยประกอบก็คือการลักขโมยของในร้านค้า

จากการสืบตรวจภูมิหลังของผู้สูงวัยในทัณฑสถาน พบว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้สูงวัยที่โดนจับข้อหาลักทรัพย์มีชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเดียวดายตามลำพัง ร้อยละ 40 บอกว่า ตนไม่มีคนในครอบครัว หรือมีก็ไม่ค่อยได้ติดต่อมา นักโทษสูงวัยชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่มีบ้าน แต่ไปทำความผิดเพื่อตนเองจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ในคุก เพราะชีวิตนอกคุกเหงา แม้ชีวิตในคุกจะลำบากแต่ก็มีความเป็นชุมชน ทำให้มีความสุขกับชีวิตมากกว่าที่ต้องอยู่อย่างเดียวดายนอกเรือนจำ

ประเทศที่รัฐบาลไม่มีวิสัยทัศน์เรื่องผู้สูงวัย ผู้สูงวัยในประเทศนั้นจะเหงาหงอยและมีปัญหาจิตใจที่มาจากการถูกเลือกปฏิบัติและถูกละเมิด ถูกมองว่าไม่มีคุณค่า

รัฐบาลของบางประเทศใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือยไปกับการซื้อหาอาวุธยุทโธปกรณ์ โดยไม่สนใจใยดีเจือจุนผู้สูงวัย ท่านไม่เคยตระหนักเลยว่า ผู้สูงวัยเหล่านี้นี่แหละในอดีตเคยช่วยสร้างประเทศให้เจริญรุ่งเรือง.

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : https://www.thairath.co.th/content/1289234

#อาวุโสโซไซตี้ #เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

Follow Line@: @happyseniorclub หรือ http://bit.ly/2j0bymq
Follow Facebook: http://bit.ly/2jzRPy1
WebSite: www.awusosociety.com

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)