5b3642a1d82ab50e55ea6591a7929f8a.jpg

"5 สมุนไพร" ที่ควรปลูกไว้ในบ้าน ดูแลเองได้ง่าย

นอกจากจะเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การปลูกผักสมุนไพรไว้กินเอง ยังสร้างความอุ่นใจว่าผักหรือสมุนไพรทุกต้นจะปลอดภัยจากสารเคมี แถมแต่ละชนิดยังมีสรรพคุณในการรักษาโรคต่าง ๆ และบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี รุ่นใหญ่สามารถปลูกไว้ภายในบริเวณบ้านและง่ายต่อการดูแล

วันนี้ เรามีผักสมุนไพร ที่มีสรรพคุณในการรักษาโรค และวิธีปลูกมาแนะนำกันค่ะ

+มะระขี้นก

หวานเป็นลม ขมเป็นยา เป็นการบรรยายสรรพคุณของผักสมุนไพรชนิดนี้ได้ดีที่สุด มีการศึกษาพบว่าสารในมะระขี้นก ออกฤทธิ์คล้ายอินซูลิน และช่วยกระตุ้นการหลั่งอินซูลินด้วย และยังยับยั้งการสังเคราะห์กลูโคส และเพิ่มการใช้กลูโคสของตับอ่อน มะระขี้นกจึงมีส่วนช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้

+การปลูกมะระขี้นก

นำกล้ามะระขี้นกที่เพาะในถุงดำหรือนำเมล็ดลงปลูกได้เลย จำนวน 2-3 เมล็ดต่อหลุมกลบดินบาง ๆ รดน้ำให้ชุ่ม เมื่อต้นกล้างอกพ้นดิน เริ่มทอดยอดทำการปักค้างด้วยไม้ใผ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้วทุกหลุม ขึงตาข่ายเอ็นใช้เชือกมัดติดกับหลักด้านบนและด้านล่างหลักทุกหลักและมัด เชือกยึดหัว-ท้ายร่อง หมั่นจับเถามะระขี้นกให้เกาะยึดและเลื้อยกระจายทิศทางกันไป ใช้เวลา 50-60 วัน ก็เก็บผลผลิตได้

วิธีการใช้

นำผลมะระขี้นกมาหั่น เอาเฉพาะเนื้อ ตากแดดให้แห้ง ใช้เนื้อมะระขี้นกแห้ง 1-2 ชิ้น ชงกับน้ำร้อน 1 ถ้วย ดื่มครั้งละ 2 ถ้วย วันละ 3 เวลา

+ชะพลู 

นอกจากใช้รับประทานกับเมี่ยงคำ ผักใบเขียวหน้าตาคล้ายพลูยังจัดให้เป็นหนึ่งในสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้รักษาอาการต่าง ๆ มาช้านาน หลายๆ ตำรายังบอกว่ามีสรรพคุณแก้โรคเบาหวาน ส่วนของใบยังช่วยชะลอการขยายตัวของเซลล์

 

+มะเร็ง

ใบชะพลูมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณมากซึ่งช่วยบำรุงและรักษาสายตา ช่วยในการมองเห็น ป้องกันโรคตาบอดตอนกลางคืน แก้โรคตาฟาง เป็นต้น ใบชะพลูมีรสเผ็ดร้อน ช่วยทำให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้น ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ

+การปลูกต้นชะพลู

ใช้วิธีขยายพันธุ์ด้วยการตัดหรือเด็ดกิ่งก้านส่วนยอดของต้นชะพลูมาทำการปักชำในดินร่วนซุย โดยให้มีใบติดอยู่สัก 2-3 ใบ แต่ละกิ่งก้านที่ปักชำให้มีระยะห่างกันราว 10-15 เซนติเมตร วางกระถางปลูกในที่ร่มรำไร และหมั่นรดน้ำพรวนดินทุกวัน วันละ 1 ครั้ง จากนั้นชะพลูก็จะออกรากและเติบโตเป็นต้นภายใน 1-2 เดือน

วิธีการใช้

ใช้ชะพลูสดทั้งต้นประมาณ 7 ต้น นำมาล้างน้ำให้สะอาด ใส่น้ำพอท่วมแล้วต้มให้เดือดสักพัก แล้วนำมาดื่มเป็นชา (ทั้งต้น)

 

+ตำลึง 

นอกจากจะเป็นวัตถุดิบในการทำเมนูแกงจืดรสเด็ดแล้ว ยังมีผลงานวิจัยบอกว่า ตำลึงช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ ซึ่งส่วนที่ออกฤทธิ์นั้นใช้ได้ทั้ง ใบ ราก ผล รวมถึงตำรายาอายุเวทเก่าแก่นับพันปี ก็บันทึกไว้ว่าตำลึงใช้เป็นยาแก้เบาหวานได้เป็นอย่างดี และยังมีวิตามินเอสูง มีวิตามินซี มีวิตามิน บี 3 ช่วยบำรุงผิวหนัง มีธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือด และยังช่วยไม่ให้ท้องผูก เพราะมีใยอาหารจำนวนมาก

+การปลูกตำลึง

ตำลึงสามารถขยายพันธุ์ใด้ 2 วิธีคือ การเพาะเมล็ด และการปลูกด้วยเถา การเพาะเมล็ดนั้นก็กระทำเช่นเดียวกับการเพาะเมล็ดพืชทั่ว ๆ ไปแต่วิธีนี้ค่อนข้างจะใช้เวลานานกว่าวิธีปลูกด้วยเถา โดยการเอาเถาตำลึงที่แก่มาตัดออกเป็นท่อน ยาวประมาณ 6-8 นิ้ว แล้วนำไปชำไว้ในกระบะเพาะชำ หรือจะนำไปปลูกเลยก็ได้ ใช้เวลาเพียง 1 เดือนก็สามารถเก็บกินได้

 

วิธีใช้

ให้กินพร้อมมื้ออาหารให้ได้วันละ 1 กำมือ หรือจะใช้วิธีตามตำรา นำยอดตำลึง 1 กำมือ ปรุงรสด้วยการใส่เกลือหรือน้ำปลาเล็กน้อย แล้วนำไปห่อด้วยใบตอง เอาไปเผาไฟให้สุก กินให้หมด ให้กินก่อนนอนติดต่อกัน 3 เดือน 

 

+กะเพรา

ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ต้านความเครียด แก้หืด ต้านอักเสบ แก้ไข้ แก้ปวด และมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดด้วย ในใบกะเพรามีน้ำมันหอมระเหยและพฤกษาเคมีหลายชนิด นักวิจัยพบว่าช่วยทำให้ตับอ่อนผลิตและหลั่งอินซูลินได้ดีขึ้น

 

การปลูก

เตรียมดินละเอียดเทลงไปในกระถาง หว่านเมล็ดให้ทั่วแปลง ใช้ฟางกลบ หรือปุ๋ยคอกโรยทับบางๆ รดน้ำตามทันที ควรใช้ฟักบัวรดน้ำต้นไม้รูเล็ก ๆ  จากนั้นอีกประมาณ 7 วัน เมล็ดจะงอกเป็นต้นกล้า รอจนต้นกล้าอายุ 1 เดือน ก็ค่อยๆ ถอนแยกจัดระยะต้นให้ทีระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 20-30 เซนติเมตร รอให้ต้นกล้าโตเต็มที่จากนั้นก็เก็บใบมารับประทานได้แล้ว

วิธีใช้

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานให้นำใบกะเพราตากแห้ง แล้วบดผง นำมา 1 ช้อนชา ชงกับน้ำร้อน 1 ถ้วย กินวันละ 3 ครั้ง กะเพราเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานไม่รุนแรง แบบเป็นเล็กน้อยถึงปานกลาง

+เตยหอม 

สมุนไพรใกล้ตัวมักนำมาทำเป็นเครื่องดื่มรสอร่อยหอมชื่นใจ ทำเป็นอาหารคาวหวานได้อีกหลายชนิด มีสรรพคุณทางยาของต้นเตยหอม เป็นชาชงช่วยบำรุงกำลัง บำรุงหัวใจให้ชุ่มชื่น ใช้แก้ไข้ แก้อ่อนเพลีย ส่วนของรากเตยหอม ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ลดความดัน และลดเบาหวาน

 

+การปลูกเตยหอม

ขุดหลุมปลูกให้มีความห่างระหว่างหลุมและระหว่างแถวประมาณ 30-50 ซม. แล้วจึงนำต้นพันธุ์ลงปลูก รดน้ำพอชุ่ม แต่ไม่จำเป็นต้องให้น้ำหลังจากการปลูก หากดินมีความชื้นมากพออยู่แล้ว การให้น้ำในครั้งต่อ ๆ ไป จะขึ้นอยู่กับปริมาณฝนที่ตกและความชื้นของดิน ซึ่งโดยปกติทั่วไปจะให้ประมาณ 7-10 วัน/ครั้ง หลังจากที่ปลูกไปได้ประมาณ 8 เดือนก็สามารถเก็บผลผลิตได้

วิธีใช้

ใช้รากเตยหอม 1 ขีด สับเป็นท่อนเล็ก ๆ ใส่น้ำประมาณ 1 ลิตร ต้มให้เดือดแล้วหรี่ไฟลง เคี่ยวต่อไป 15-20 นาที ดื่มครั้งละครึ่งแก้ว วันละ 3 เวลา เวลาต้มจะปรุงแต่งใส่ใบเตยหอมให้มีสีสันและเพิ่มกลิ่นหอมให้ชวนดื่มก็ได้

การปลูกผักสมุนไพรไว้กินเอง จะช่วยลดการใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งอาจส่งผลข้างเคียงหากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน ระหว่างที่ผู้สูงอายุต้องดูแลผักสมุนไพรต่าง ๆ ยังถือเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สามารถนำสมุนไพรที่ปลูกไว้แบ่งปันกับเพื่อนบ้านเป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้สูงอายุกับคนรอบข้างอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล

www.matichonweekly.com/lifestyle/article_22143

https://medthai.com

www.doa.go.th

 

#อาวุโสโซไซตี้  #เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

 

 

Follow Line@: @happyseniorclub หรือ http://bit.ly/2j0bymq

Follow Facebook: http://bit.ly/2jzRPy1

WebSite: www.awusosociety.com

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)