black-and-white-creative-desk-pen

โบกมือลา ปัญหาการทรงตัว

เคยสังเกตไหมคะ ว่าคนใกล้ชิดหรือรุ่นใหญ่หลายๆ ท่าน มักมีอาการเซ ขณะเดิน ลุกขึ้น  หรือแม้แต่ยืนอยู่เฉยๆ ก็มีอาการทรงตัวไม่อยู่ ไม่สามารถควบคุมหรือรักษาสมดุลของร่ายกายได้ อาการดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดอุบัติเหตุหรือล้มได้ง่าย

ดังนั้นผู้สูงอายุควรหมั่นสังเกตประสิทธิภาพการทรงตัว อาการต่างๆ ว่าอยู่ในขั้นผิดปกติหรือไม่ และฝึกเสริมสร้างความสามารถในการทรงตัวของตนเองอย่างสม่ำเสมอ  วันนี้เรามีวิธีฝึกการทรงตัวสำหรับผู้สูงอายุ ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ภายในบ้านของตนเอง มาฝากกันค่ะ

การทรงตัวในผู้สูงอายุ

เมื่ออายุเพิ่มขึ้นผู้สูงอายุจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของระบบต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทรงตัว คือ สมองและไขสันหลังเสื่อมประสิทธิภาพในการจัดเก็บข้อมูล ของระบบประสาทสัมผัส ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวน้อยลง ส่งผลกระทบต่อการตอบสนองเพื่อให้ได้การทรงตัวที่สมบูรณ์ อีกทั้งระบบการทรงตัวของหูชั้นในหรือในระบบหูก็เสื่อมสภาพลงไปด้วย รวมถึงปัญหาด้านสายตา ทำให้ผู้สูงวัยสับสน และเสียการทรงตัวได้ ทำให้หกล้มได้ง่าย  

ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บตามส่วนต่างๆ ของร่างกายผู้สูงอายุ เช่น กระดูกหัก สมองกระทบกระเทือน นอกจากนี้ยังมีผลกระทบต่อสภาพจิตใจผู้สูงอายุทำให้ไม่กล้าเคลื่อนไหวหรือทำกิจกรรมต่างๆ  เพราะกลัวการหกล้มซ้ำ บางคนถึงขณะเสียความมั่นใจแยกตัวออกจากสังคมไม่กล้าพบปะผู้อื่น

อาการ

ส่วนอาการที่บ่งชี้ว่ามีปัญหาเรื่องการทรงตัว ได้แก่  ขณะเดิน นั่ง หรือนอนแล้วลุกขึ้นยืนมีอาการเซ เดินไม่ค่อยมั่นคง สะดุดบ่อย ๆ หรือต้องเดินกางขา เพื่อช่วยในการทรงตัว ควบคุมการใช้กล้ามเนื้อในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ลำบาก เช่น รับประทานอาหาร เขียนหนังสือ ถอดกระดุมเสื้อ หรือหยิบจับสิ่งของ พูดไม่ชัด ลักษณะการพูดเปลี่ยนแปลงไป รวมถึงตากระตุก ดวงตามีการเคลื่อนไหวกลับไปกลับมา มองเห็นภาพไม่ชัด ตามัว สายตาแย่ลงจนมองหรืออ่านหนังสือได้ไม่ดี

 

 

วิธีฝึกการทรงตัวสำหรับผู้สูงอายุ

การเสริมสร้างความสามารถในการทรงตัวสามารถฝึกได้ด้วยตัวเองง่ายๆ ดังนี้

1.ฝึกเดินบนพื้นที่แคบ

คือการฝึกควบคุมการเดินไม่ให้ออกนอกพื้นที่นั้นๆ อาจใช้วิธีตีเส้นตรงลงบนพื้นหรือบริเวณลานหน้าบ้านของตนเอง ขนาดความกว้าง 2 นิ้ว ยาว 5 เมตร แล้วฝึกเดินตามเส้นนั้น โดยเริ่มเดินแบบช้าๆ ไม่ให้ออกมานอกเส้น แล้วค่อยเพิ่มความเร็วเมื่อมีความชำนาญมากขึ้น และบันทึกเวลาเพื่อดูสถิติของตนเอง

 

2.ฝึกเดินบนท่อนไม้

เพิ่มความยากขึ้นมาอีกนิดด้วยการฝึกเดินบนท่อนไม้ โดยผู้สูงอายุต้องควบคุมไม่ให้ตัวเองตกลงมาจากท่อนไม้ ทั้งนี้ควรฝึกเดินอย่างระมัดระวังและเลือกใช้ท่อนไม้ที่มีความยาวพอสมควรและมีความสูงไม่มากจนเกินไป  

 

3.ก้าวเท้าขึ้นบันได

ผู้สูงอายุทำได้โดยก้าวเท้าสลับไปมา เริ่มจากช้าๆ แล้วค่อยเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ หรือเพิ่มความยากโดยการเพิ่มความสูงของบันไดและลดความแคบของบันไดลง

 

4.นั่งชิงช้าหรือม้าหมุน

เชื่อไหมคะ ว่าการนั่งชิงช้าแกว่งไปมาหรือนั่งม้าหมุนเหมือนตอนเด็กๆ จะช่วยฝึกระบบเวสติบูลาร์ในหูชั้นในซึ่งมีผลกับการรับรู้ข้อมูลและท่าทางที่เกิดขึ้น โดยการเริ่มแกว่งชิงช้าอย่างช้าๆ และเพิ่มความเร็วขึ้นเมื่อมีความคุ้นเคย  ซึ่งวิธีดังกล่าวสามารถฝึกการทรงตัวของผู้สูงอายุให้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ผู้สูงอายุควรให้ความสำคัญในเรื่องของการออกแบบบ้านโดยคำนึงถึงความปลอดภัย จัดข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านให้เป็นระเบียบ เพื่อป้องกันการเดินชน ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุจากการล้มได้อีกด้วย  

การเสริมสร้างความสามารถในการทรงตัวนั้นเป็นสิ่งที่ดี และควรฝึกฝนด้วยความระมัดระวัง รวมถึงทำควบคู่กับการออกกำลังกาย เช่น รำไทเก็ก เดินเร็ว เต้นลีลาศ ยิ่งจะทำให้การทรงตัวของผู้สูงอายุมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยังเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกับคนใกล้ชิด ลูกหลาน หรือชักชวนเพื่อนฝูงมาฝึกฝนพร้อมกันได้ รับรองว่าดีต่อใจ รุ่นใหญ่แน่นอนค่ะ  

สิ่งสำคัญคือผู้สูงอายุควรมีความมุ่งมั่นเอาใจใส่ในสุขภาพของตนเองอยู่เสมอ เพื่อร่างกายที่แข็งแรงและอายุที่ยืนยาวนะคะ

ขอบคุณแหล่งข้อมูล

http://rcot.org/datafile/_file/_doctor/19ac85bb3173b1706ed42f90e98f387d.pdf

www.youtube.com/watch?v=DzxFw5NVW1Y

www.pobpad.com

#อาวุโสโซไซตี้  #เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

 

Follow Line@: @happyseniorclub หรือ http://bit.ly/2j0bymq

Follow Facebook: http://bit.ly/2jzRPy1

WebSite: www.awusosociety.com

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)