black-and-white-creative-desk-pen

การกลืนปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ ระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายการเลื่อมลง รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการกลืนในวัยสูงอายุ (Presbyphagia) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างและหน้าที่การทำงานของช่องปาก คอหอย กล่องเสียง หลอดอาหาร และกลไกของระบบประสาทที่ควบคุมการกลืน ส่งผลให้ความสามารถสำรองการกลืนในผู้สูงอายุลดลง ทำให้ผู้สูงอายุเกิดภาวะกลืนลำบาก (Dysphagia) ยิ่งขึ้น

การกลืนในผู้สูงอายุ

กลไกในการกลืนจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะช่องปาก  ระยะคอหอย และระยะหลอดอาหาร ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นกลไกการกลืนจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้ง 3 ระยะ และมีส่วนสัมพันธ์กับระบบประสาทสั่งการและการควบคุมการหายใจ

ซึ่งในระยะช่องปาก หากผู้สูงอายุไม่มีฟันและกำลังกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยวลดลง ทำให้ใช้เวลาในการบดเคี้ยวอาหารเพิ่มขึ้น กำลังและการประสานการทำงานของริมฝีปากและลิ้นลดลงทำให้กระบวน การเตรียมอาหารและการส่งผ่านอาหารใช้เวลานานขึ้น และประสิทธิภาพลดลง จึงต้องมีการกลืนหลายครั้งกว่า อาหารจะหมดจากช่องปาก ผู้สูงอายุบางรายอาจมีอาหารเหลือค้างในปาก จึงเป็นแหล่งสะสมของเชื้อก่อโรค จึงเสี่ยงต่อภาวะปอดอักเสบจากการสำลักอีกด้วย

การเปลี่ยนแปลงระยะคอหอย รีเฟล็กซ์การกลืนที่คอหอยจะเกิดช้ากว่าวัยอื่น อีกทั้งกล่องเสียงยกตัวขึ้นมารับกับฝาปิดกล่องเสียงช้า ความแรงในการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณคอหอยลดลง หูรูดของหลอดอาหารส่วนต้นเปิดช้า ทำให้อาหารอยู่ในระยะคอหอยนาน ส่งผลให้มีความเสี่ยงสูงในการเกิดสำลักอาหารเข้าสู่ทางเดินหายใจได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุ

การเปลี่ยนแปลงระยะหลอดอาหาร ระยะเวลาที่หูรูดของหลอดอาหาร ส่วนต้นเปิดจะสั้นลง จึงมีอาหารเหลือค้างที่คอหอยเสี่ยง ต่อการสำลักเข้าทางเดินหายใจ แรงบีบไล่อาหารของหลอด อาหารจะลดลง ทำให้ผู้สูงอายุเกิดภาวะไส้เลื่อนกระบังลม (hiatal hernia) มากขึ้น

+สาเหตุของภาวะกลืนลำบาก

สาเหตุที่พบได้บ่อยของความผิดปกติของช่องปากและคอหอยในวัยสูงอายุ คือ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะสมองเสื่อม อย่างไรก็ตามอาจมีสาเหตุจากภาวะอื่น ๆ ได้แก่  โรคทางระบบประสาท โรคทางจิตเวช รวมถึงโรคพาร์กินสันที่ทำให้กล้ามเนื้อมีภาวะเกร็ง การที่จะกลืนอาหารจึงยากขึ้น

+วิธีแก้ปัญหาภาวะกลืนลำบาก

การปรับอาหาร (Dietary modification) ผู้สูงอายุหรือผู้ใกล้ชิดควรเลือกชนิดของอาหารที่ใช้ในการฝึกกลืนอย่างเหมาะสม ได้แก่ อาหารอ่อนที่ย่อยง่าย และมีรสจืด โดยรับประทานปริมาณน้อย แต่บ่อยครั้ง และเลือกใช้ช้อนที่มีขนาดเล็กลง และหลุมไม่ลึก ทำให้ปริมาณการรับประทานอาหารต่อคำลดลง รวมถึงปริมาณน้ำที่น้อยลงในแต่ละคำ จะช่วยลดอาการสำลักได้

ซึ่งปัจจุบันยังมีนวัตกรรมสารเพิ่มความหนืด (thickener) ที่ผสมได้ทั้งอาหารเหลว และของเหลวช่วยให้ผู้ที่มีปัญหากลืนลำบากมีความปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย

การใช้เทคนิคช่วยกลืน (Compensatory techniques) เป็นการจัดท่าให้ศีรษะและลำตัวของผู้สูงอายุสามารถชดเชย กลไกการกลืนที่บกพร่องไป เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการ รับประทานอาหารทางปากมากขึ้น

นอกจากนี้ผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพช่องปาก (oral hygiene) เพื่อลดการสะสมของแบคทีเรีย ลดความเสี่ยงของการเกิดปอดอักเสบจากการสำลัก ทำได้โดยพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอ และเช็ดทำความสะอาดช่องปากและลิ้นหลังอาหาร ทุกมื้อ ดูแลเอาอาหารที่ค้างในปากออกให้หมด เพื่อเลี่ยงการเกิดเชื้อราในช่องปาก และยังช่วยให้ผู้สูงอายุมีรอยยิ้มที่สดใสอีกด้วย

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : http://rehabmed.or.th/main/wp-content/uploads/2014/03/L-360.pdf

#อาวุโสโซไซตี้ #คนสูงอายุ #สูงวัย #สุขภาพคนสูงอายุ #อาวุโส

 

Follow Line@: @happyseniorclub หรือ http://bit.ly/2j0bymq

Follow Facebook: http://bit.ly/2jzRPy1

WebSite: www.awusosociety.com

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)