S__94109779.jpg

เที่ยวศาลเจ้าพ่อกวนอูหลัก 2 ขอพรที่ โรงพระศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองตรัง

โรงพระศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองตรัง - ท่องเที่ยวคึกคักต้อนรับต้นฤดูหนาว แวะสักการะเทพเจ้ากวนอูอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความรุ่งเรืองและสิริมงคลในชีวิต ที่ “ศาลเจ้าพ่อกวนอูหลัก 2” หรือ “โรงพระหลักสอง” ของชาวเมืองตรัง

เมื่อพูดถึงการไปเที่ยวจังหวัดตรัง หลายคนคงคิดถึงชายหาดทะเลอันดามัน หรือเทศกาลกินเจเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่มีอีกสถานที่หนึ่งที่ชาวตรังรู้จักกันดีในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคารพศรัทธา นั่นคือ ศาลเจ้าพ่อกวนอูหลัก 2 ซึ่งเป็นศาลบูชาเทพเจ้ากวนอูอันเก่าแก่ที่อยู่คู่เมืองตรังมานานหลายทศวรรษ

ศาลเจ้าพ่อกวนอูหลัก 2 ตั้งอยู่บนถนนห้วยยอด ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง ตรงข้ามกับโตโยต้าเมืองตรังและทางเข้าโรงเรียนทิพยรัตน์วิทยา ซึ่งคนตรังจะคุ้นกันในชื่อ “โรงพระ หลักสอง” เนื่องจากศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 2 ก่อนเข้าตัวเมืองตรังพอดิบพอดี

เมื่อเดินเข้ามาจากประตูหน้าทางเข้าศาลเจ้า เราจะเห็นต้นงิ้วสูงใหญ่โดดเด่นเป็นสง่า ซึ่งขึ้นเองตามธรรมชาติต้นหนึ่ง และเนื่องจากองค์เทพเจ้ากวนอู หรือ กวน ยฺหวี่ (關羽) ผู้มีใบหน้าสีแดงนั้นเป็นเทพแห่งความซื่อสัตย์ ชาวบ้านจึงเชื่อกันว่าต้นงิ้วใหญ่ต้นนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้คู่สมรสมีความซื่อสัตย์ต่อกันและกันนั่นเอง

ที่มาของศาลเจ้าแห่งนี้ เริ่มจากชาวจีนกวางตุ้งนามว่า นายจุงหว่าซัน ซึ่งมาอาศัยอยู่ในเมืองตรัง เกิดล้มป่วยเรื้อรังอยู่นาน ต่อเมื่อขอพรจากเทพกวนอูก็สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยจนหายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ด้วยความศรัทธานับถือ นายจุงหว่าซันจึงบริจาคที่ดินสวนมะพร้าวริมถนนห้วยยอดเพื่อสร้างเป็นศาลเทพเจ้ากวนอู และได้อัญเชิญเทพกวนอูเข้าประทับในปี พ.ศ.2515 จากนั้นมาศาลเจ้าพ่อกวนอูหลัก 2 ก็กลายเป็นที่เคารพสักการะของชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวบ้านในท้องถิ่นมาจนถึงทุกวันนี้

แม้ในจังหวัดตรังจะมีศาลเทพกวนอูอยู่ด้วยกันหลายแห่ง แต่ศาลเจ้าพ่อกวนอูหลัก 2 ก็ถือเป็นศาลเก่าแก่ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งก่อสร้างตามสถาปัตยกรรมแบบจีนตอนใต้ และจัดไว้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน ภายในศาลนั้นเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าและพระโพธิสัตว์หลายพระองค์ ซึ่งได้แก่เทพกวนอู ที่อยู่ในปางสำเร็จเป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ รายล้อมด้วยบริวาร คือ “กวนเป๋ง” ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรม (ขวา)

และ “จิวฉอง หรือ จิวชัง” ซึ่งเป็นขุนศึกคู่ใจ (ซ้าย) ประทับอยู่ในศาลองค์ประธาน ตามด้วยศาลรองประธานซึ่งเป็นที่ประทับของเทพไฉ่สิ่งเอี๊ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ และเทพฮั่วท้อเซียงซือ หรือหมอฮูโต๋ อีกทั้งบริเวณรอบๆ ยังมีจุดไหว้พระและองค์เทพอื่นๆ อีก เช่น พระม้าเช็กเทา ศาลเจ้าแม่กวนอิม และพระสังกัจจายน์ เป็นต้น

ตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวจีน เทพกวนอูได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ ความกตัญญูรู้คุณ ความกล้าหาญ และคุณธรรม โดย กวนอู เป็นหนึ่งในยอดขุนพลในวรรณกรรมเรื่องสามก๊กที่มีชีวิตอยู่เมื่อราว 1,800 ปีก่อน ตามประวัติเล่าว่า องค์กวนอูเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคัมภีร์พิชัยสงคราม ต่อมาได้ร่วมสาบานเป็นพี่น้องกับเล่าปี่

และร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาจนสร้างวีรกรรมมากมาย ภายหลังกวนอูพลาดท่าโดนฝ่ายซุนกวนจับตัวได้ ซุนกวนพยายามหว่านล้อมให้ท่านยอมสวามิภักดิ์ แต่ด้วยความซื่อสัตย์และภักดีต่อเล่าปี่ทำให้ท่านปฏิเสธ ท่านจึงถูกประหารพร้อมกับกวนเป๋งผู้เป็นบุตรบุญธรรม

ด้วยคุณธรรมตามตำนานที่กล่าวมา ชาวจีนจึงยกย่ององค์กวนอูขึ้นเป็นเทพแห่งความซื่อสัตย์และจงรักภักดี โดยมักทำพิธีบูชาก่อนออกทะเลไปค้าขายต่างบ้านต่างเมืองเสมอ เพราะเชื่อกันว่าการยึดถือความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ รักเพื่อนพ้อง และยึดมั่นในคุณความดี จะช่วยให้แคล้วคลาดปลอดภัยและทำการค้าขายสำเร็จดังหวัง ภายหลังชาวไทยเราก็รับเอาความเชื่อนี้มาอย่างแพร่หลายด้วย ดังจะเห็นได้จากศาลเจ้ากวนอูที่มีอยู่หลายแห่ง รวมถึงในภาคใต้ที่มีคนเชื้อสายจีนมาตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นจำนวนมาก โดยคนไทยนิยมบูชาเทพเจ้ากวนอูเพื่อความสำเร็จรุ่งเรืองในการค้าขาย โชคลาภ ความร่ำรวย ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และความสำเร็จในการศึกษา

นอกเหนือจากพื้นที่สำหรับไหว้สักการะองค์เทพแล้ว บริเวณรอบศาลเจ้าก็ยังมีสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ให้เราเดินชมได้เพลินๆ ไม่ว่าจะเป็นเสาทีกง เจดีย์เผากระดาษไหว้ และหอเทวดาที่ปลูกสร้างตามศิลปะแบบจีนเพื่อบูชาจตุรเทพแห่งสรวงสวรรค์ทั้ง 4 ทิศ (สี่ไต่เทียนอ๋อง) ซึ่งตามปกติหอแห่งนี้จะใช้ในพิธีสำคัญเท่านั้นและไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมด้านใน ทางฝั่งริมถนนห้วยยอดยังมีเรือนไม้อีกหลังหนึ่ง ซึ่งด้านในมีรูปปั้นจำลองโทษทัณฑ์ในนรกขุมต่างๆ อย่างรูปปั้นคนปีนเสาเหล็กร้อนๆ หรือถูกจับโยนลงกระทะทองแดง ที่ทำขึ้นเพื่อเตือนใจให้คนเกรงกลัวต่อบาปกรรมในชาตินี้นั้นเอง

นอกจากความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้ากวนอูอันเป็นที่เลื่องชื่อลือชาให้คนมากราบไหว้แล้ว ศาลเจ้าพ่อกวนอูหลัก 2 แห่งนี้ยังเป็นแหล่งรวมศรัทธาและจิตวิญญาณของผู้คนในท้องถิ่น รวมถึงเป็นมรดกล้ำค่าที่ลูกหลานชาวตรังได้รับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ

ใครที่อยากแวะมาไหว้เทพขอพรเพื่อเสริมสิริมงคล หรือสนใจมาเที่ยวชมศิลปะและวัฒนธรรมแบบจีน สามารถมาได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00 น. จนถึง 17.00 น.

ที่มา

https://www.khaosod.co.th/lifestyle/travel/news_5224952

#อาวุโสโซไซตี้
#เพื่อนที่รู้ใจของรุ่นใหญ่ตัวจริง

ช่องทางติดต่อเรา

Line : http://bit.ly/2j0bymq หรือ @happyseniorclub

Facebook : http://bit.ly/2jzRPy1 หรือ อาวุโส โซไซตี้

WebSite   : www.awusosociety.com

Call Center : 081 969 5665

AWUSO SOCIETY - THAILAND

+66 81 969 5665

Bangkok, Thailand

©2017 AWUSO SOCIETY BY HAPPY SENIOR CLUB (THAILAND)