ทานยาอย่างไร ให้ปลอดภัยและปลอดโรค

ยาก่อนอาหาร

สำหรับผู้สูงอายุท่านใดที่กังวลว่าจะลืมทานยา อาจจะให้ลูกหลานและคนใกล้ชิดคอยเตือนหรือใช้การตั้งเตือนในมือถือ หรืออาจจะใช้วิธีเขียนโน้ตไว้บนกระดาษ ติดไว้ตามตำแหน่งที่สังเกตเห็นได้ง่ายๆ ทั้งนี้ผู้สูงอายุควรให้ความใส่ใจ ศึกษาวิธีการใช้ยาโดยการอ่านฉลากและคำแนะนำอย่างละเอียด รวมถึงตรวจดูวันผลิตและหมดอายุ รับประทานยาให้ตรงเวลาเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพ และเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้สูงอายุนะคะ

ข้อควรระวังในการใช้ยาแก้อักเสบ

ยาแก้อักเสบในที่นี้หมายถึง ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (nonsteroidal anti-inflammatory drugs: NSAIDs) หลักการทำงานของยากลุ่มนี้คราว ๆ คือ ยาจะไปยับยั้งเอนไซม์ที่เป็นตัวสำคัญในการสร้างสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ดังนั้นเมื่อใช้ยานี้ สารที่ก่อให้เกิดการอักเสบก็จะลดลง การอักเสบจึงลดลงไปนั้นเอง การใช้ยากลุ่มนี้จะเป็นการใช้ในระยะเวลาสั้น ๆ ครับ คือยาเป็นยาแก้อักเสบ ถ้ากินยาไปแล้วอาการอักเสบที่มีมันหายไปแล้ว อาการดีขึ้นแล้ว ทั้ง ๆ ที่ยายังไม่หมดเลย ยังเหลืออยู่ เราก็สามารถหยุดยาได้เลยครับ เว้นแต่ในผู้ป่วยข้อเสื่อม และ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ที่ต้องมีการใช้ยานี้ต่อเนื่องในระยะยาว ข้อควรระวังอย่างหนึ่งของการใช้ยาในกลุ่มนี้ คือ อาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นอาการไม่พึงประสงค์ที่พบมากที่สุดด้วยครับ อาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารไม่ย่อยหรือรู้สึกไม่สบายท้องปวดท้อง ยิ่งผู้สูงอายุ ยิ่งต้องระวัง เพราะผู้สูงอายุเป็นปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบทางเดินอาหารจากยา NSAIDs กลุ่มเก่าครับ ลืมบอกไปว่า ยาแก้อักเสบ หรือ NSAIDs สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มเก่า กับ กลุ่มใหม่ โดยยาNSAIDs กลุ่มเก่าจะสามารถทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบทางเดินอาหารได้มากกว่ายากลุ่มใหม่ที่พัฒนาขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบทางเดินอาหารจากยาแก้อักเสบ […]

ความแตกต่างของ ยาฆ่าเชื้อ และ ยาแก้อักเสบ

เชื้อที่ก่อโรคต่าง ๆ ก็จะมี เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อโปรโตซัว ยาฆ่าเชื้อ ก็หมายความตามคำที่เห็นเลยครับ นั้นคือ ยาที่เราจะใช้มันไปเพื่อฆ่าเชื้อดังกล่าว เช่น โรคต่อมทอลซิลอักเสบ (เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ยาที่เราจะให้ก็ต้องเป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย) โรคหวัด (เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ยาที่เราจะให้ก็ต้องเป็นยาฆ่าเชื้อไวรัส) ฯลฯ ตามปกติแล้วนะครับ เมื่อร่างกายหรือเนื้อเยื่อส่วนใด ๆ ก็ตามเกิดการติดเชื้อ มันจะเหนี่ยวนำให้เกิดการหลั่งสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบขึ้น ซึ่งสารเหล่านี้นี่เองที่ทำให้เกิดการอักเสบตามมา นั้นหมายความว่า กรณีนี้การติดเชื้อจะเป็นต้นเหตุของการอักเสบนั้นเองครับ ส่วน ยาแก้อักเสบ ก็มีความหมายตามคำที่เห็นอีกเช่นกันครับ คือยากลุ่มนี้จะไปยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้ในการสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ ดังนั้นเมื่อมีการใช้ยานี้ สารที่ทำให้เกิดการอักเสบก็จะลดลง การอักเสบที่เกิดขึ้นก็จะลดลงไปโดยปริยาย จากที่กล่าวมาคงพอจะทราบแล้วนะครับว่าความหมายของ ยาฆ่าเชื้อ หรือ ยาแก้อักเสบ ในการลดการอักเสบเป็นอย่างไร ? ในเมื่อไม่ว่าเราจะใช้ ยาฆ่าเชื้อ หรือ ยาแก้อักเสบ สุดท้ายมันก็ลดการอักเสบได้อยู่ดี…..แล้วเราจะต้องไปกังวลทำไม ?(ถ้าหากเราจะเรียกผิด) ตอบคำถามอย่างนี้ครับ แม้ว่ายาฆ่าเชื้อ หรือ ยาแก้อักเสบ ต่างก็สามารถลดการอักเสบได้ แต่ความหมายของการลดอาการอักเสบมันต่างกันครับ คือ ยาฆ่าเชื้อ เรามุ่งใช้มันเพื่อฆ่าเชื้อนั้น ๆ ที่ก่อโรคซึ่งมันเป็นการลดอาการอักเสบที่ต้นเหตุครับ (กรณีที่การอักเสบเกิดจากการติดเชื้อ) เมื่อเชื้อหมดไป อาการอักเสบก็จะลดไปด้วย ส่วน ยาแก้อักเสบ มันเป็นการลดอาการอักเสบที่ปลายเหตุครับ (กรณีที่การอักเสบเกิดจากการติดเชื้อ) แม้ว่าเมื่อใช้ยาไปแล้วอาการอักเสบมันจะลดลงได้ แต่มันก็จะกลับมาอักเสบใหม่ได้อยู่ดี เพราะต้นเหตุของการอักเสบมันยังไม่ได้ถูกจัดการไปนั้นเองครับ อีกกรณีที่การอักเสบไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น ออกกำลังกายมากจนกล้ามเนื้ออักเสบ การใช้ยาฆ่าเชื้อก็ไม่จำเป็น (การใช้ยาฆ่าเชื้อเกินความจำเป็นจะทำให้เกิดปัญหาการดื้อยาฆ่าเชื้อได้) การเข้าใจในความหมายของการลดอักเสบหรือการแยกหรือเรียกยาให้ชัดเจนมันจะทำให้ไม่เกิดความเข้าใจผิดในการใช้ยา […]