สว.ไม่ควรขับรถจริงหรือ?

“แก่แล้วไม่ควรขับรถ” ช่างเป็นคำพูดที่ทิ่มแทงจิตใจ โดยเฉพาะรุ่นใหญ่หลายๆ ท่าน ที่ยังสามารถขับรถยนต์ไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาลูกหลาน หรือใช้บริการรถสาธารณะให้หงุดหงิดใจ สำหรับผู้สูงอายุที่แขวนพวงมาลัยเพราะขาดความมั่นใจหรือคนใกล้ชิดไม่เห็นด้วยเพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถ วันนี้เรามีข้อมูล ทั้งประโยชน์และวิธีขับรถอย่างปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุมาฝากกันค่ะ ​ลดอาการซึมเศร้า ด้วยการขับรถ จากงานวิจัยเกี่ยวกับสุขภาพของคนสูงอายุกับการขับรถ สรุปได้ว่าผู้สูงอายุที่ยังขับรถไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง จะมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีกว่าผู้ที่เลิกขับรถ ซึ่งการหยุดขับรถยังส่งผลให้ผู้สูงอายุมีอาการซึมเศร้าเพิ่มขึ้นสองเท่าตัว สมองทำงานช้าลงและสุขภาพร่างกายถดถอยมากกว่าเมื่อเทียบกับคนเพศและวัยเดียวกันที่มีสุขภาพดีเท่ากันแต่ยังไม่ยอมเลิกขับรถ นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงออกถึงความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต พึ่งพาตัวเองได้ส่งผลให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนไม่เป็นภาระต่อผู้อื่น ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัย 1.อันดับแรกเลยผู้สูงอายุควรให้แพทย์ประเมินความพร้อมของร่างกายในการขับขี่ โดยเฉพาะการมองเห็น การได้ยิน กำลังกล้ามเนื้อ ความสามารถของสมอง กระดูกและข้อต่อ 2.ควรตรวจสอบสภาพรถเป็นระยะเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเครื่องยนต์ขัดข้อง 3.ผู้สูงอายุไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เมื่อจะขับรถ ตลอดจนหลีกเลี่ยงยาต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม มึนงง เช่น ยาลดน้ำมูก ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น 4.หลีกเลี่ยงการขับรถในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยและหลีกเลี่ยงการขับรถช่วงเวลากลางคืน 5.ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงการขับรถในช่วงทัศนวิสัยไม่ดี เช่น ฝนตกหนัก หมอกจัด 6.คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ขับรถและเคารพกฎจราจรเสมอ 7.ผู้สูงอายุไม่ควรขับรถทางไกลหรือไปในที่รถติดซึ่งต้องใช้เวลาในการขับขี่เป็นเวลานาน 8.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ร่างกายของผู้สูงอายุแข็งแรงและมีการตอบสนองที่ดีขึ้น โดยเลือกออกกำลังที่ช่วยในการยืดหยุ่นหรือเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถการขับขี่ให้ผู้สูงอายุได้ โรคประจำตัวที่ควรหลีกเลี่ยงในการขับรถ ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวที่ควรหลีกเลี่ยงในการขับรถ ได้แก่ โรคตาชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โรคต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม […]