กรดยูริกในเลือดสูงไม่จำเป็นต้องเป็นเกาต์ แต่คนเป็นเกาต์จำเป็นต้องมีกรดยูริกในเลือดสูง

ถ้าเจอคำกล่าวนี้ คงมีคนงงนะครับ ว่าคำดังกล่าวมันหมายความว่าอย่างไร? ผมจะขอขยายความคำดังกล่าวนี้ให้ดูนะครับ คำนี้มันเป็นคำเตือนสติครับ ให้เราอย่าหลงประเด็นกับแค่เห็นผลตรวจว่ามีภาวะกรดยูริกในเลือดสูงแล้วจะฟันธงไปว่าเราเป็นโรคเกาต์ เพราะจริง ๆ แล้ว การมีภาวะกรดยูริกในเลือดสูงจะพบได้ในคนเป็นโรคนิ่ว, โรคไตอักเสบ, ผู้ป่วยที่มีปัญหาหูอื้อ เสียงดังในหู และบ้านหมุนได้ครับ ไม่ได้พบแต่ในคนเป็นโรคเกาต์อย่างเดียวหรอกครับ แต่….การที่จะบอกว่าคน ๆ นี้เป็นโรคเกาต์หรือไม่ คน ๆ นี้จะต้องมีภาวะกรดยูริกในเลือดสูงด้วยทุกรายไป สำหรับโรคเกาต์นะครับ เป็นโรคทางข้อที่เกิดจากการที่ร่างกายมีกรดยูริกในเลือดสูง พอนานเข้าก็จะเกิดการตกตะกอนตามข้อ แล้วสุดท้ายก็นำไปสู่การอักเสบขึ้น สำหรับปัญหาหูอื้อ เสียงดังในหู และบ้านหมุนนั้น การมีภาวะกรดยูริกในเลือดสูงมันจะทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงประสาทหูและอวัยวะทรงตัวได้น้อยลงนั้นเอง ร่างกายของคนเราสามารถสร้างกรดยูริกได้เองนะครับ คือ ส่วนใหญ่กรดยูริคจะสร้างในร่างกาย คิดเป็นประมาณ 80% ส่วนอีกประมาณ 20% ถึงจะมาจากการการรับประทานอาหาร การที่ร่างกายสร้างกรดยูริกได้เองเป็นส่วนใหญ่นั้น ถ้าร่างกายขับกรดยูริกออกไปได้ตามปกติ มันก็จะไม่เกิดโรคอะไรหรอกครับ โดยส่วนใหญ่แล้วร่างกายจะขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะเป็นหลักครับ ดังนั้นผู้ที่มีปัญหาเรื่องไตหรือการขับของเสีย หรือผู้สูงอายุ ก็จะเกิดภาวะกรดยูริคในเลือดสูงได้ง่ายครับ การป้องกันที่ทำได้คือ การรับประทานอาหารที่มีกรดยูริคให้น้อยลงนั้นเอง​ อาหารที่มีกรดยูริคสูง เช่น เครื่องในสัตว์, กะปิ, ปลาดุก, กุ้ง, หอย, ปลาซาร์ดีน, ไข่ปลา, […]