ทำความรู้จัก โรคจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน กันเถอะ

จอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน

เบาหวานเกิดจากความบกพร่องของร่างกายในการเผาผลาญและสะสมน้ำตาล ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง อาจมีผลทำให้สายตามัวในผู้ป่วยบางราย เพราะกำลังสายตาเปลี่ยนไปมาตามระดับน้ำตาลในเลือดที่ไม่คงที่  ซึ่งในระยะยาวขนาดของหลอดเลือดที่มีขนาดเล็กจะมีการเปลี่ยนแปลงทั่วร่างกาย และมีผลกระทบต่อดวงตาของผู้ป่วยหลายด้าน โดยเฉพาะภาวะจอประสาทตาเสื่อมและต้อหิน ซึ่งสามารถทำให้ตาบอดได้ในที่สุด นอกจากนี้ผู้ป่วยเบาหวานยังมีโอกาสเป็นต้อกระจกได้เร็วกว่าธรรมดา เนื่องจากมีน้ำตาลในเลือดมากเกินไป​ วันนี้ อาวุโส โซไซตี้ มีข้อมูลดีๆ เรื่องจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน จากโรงพยาบาลรัตนินมาฝากค่ะ​ สาเหตุของจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน จอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวานเป็นอาการแทรกซ้อน โดยมีสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหลอดเลือดขนาดเล็กที่ทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงจอประสาทตา บางกรณีหลอดเลือดอาจมีขนาดไม่คงที่ โดยบางส่วนอาจมีขนาดโตกว่าปกติสลับกับคอดเล็กเป็นปล้องๆ ในกรณีที่รุนแรงจะมีหลอดเลือดฝอยเกิดใหม่ที่แตกกิ่งก้านงอกจากจอประสาทตาเข้าไปในน้ำวุ้นตา ผนังของหลอดเลือดใหม่เหล่านี้จะเปราะบางกว่าปกติ และเมื่อหลอดเลือดแตกเลือดจะไหลเข้าไปในน้ำวุ้นตาทำให้สายตามัวลงอย่างเฉียบพลัน จอประสาทตาเป็นส่วนของตาที่ทำหน้าที่รับภาพเหมือนกับฟิล์มในกล้องถ่ายรูป ภาพที่ปรากฎบนจอประสาทตาจะถูกส่งผ่านเส้นประสาทตาเข้าสู่สมอง ดังนั้น หากจอประสาทตาเสียหาย หรือเลือดไปเลี้ยงจอประสาทตาไม่เพียงพอ ภาพที่ไปยังสมองก็จะมัวลง ​ที่เริ่มป่วยเป็นเบาหวานหลังอายุ 30 ปี และป่วยนานกว่า 15 ปี จะมีโอกาสที่จอประสาทตาเปลี่ยนแปลงจากภาวะเบาหวาน ซึ่งจักษุแพทย์ตรวจพบได้สูงถึง 60% สำหรับผู้ที่เริ่มป่วยเป็นโรคเบาหวานก่อนอายุ 30 ปี และป่วยนานกว่า 15 ปี จะมีโอกาสที่จอประสาทตาเปลี่ยนแปลงสูงถึง 98%​  จากการสำรวจในสหรัฐอเมริกาพบว่า จอประสาทเสื่อมจากเบาหวานเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งในการสูญเสียการมองเห็น และอาจกล่าวได้ว่าผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในภาวะปกติได้จะมีโอกาสตาบอดสูงกว่าคนปกติถึง 25 เท่า​ อาการระยะแรก อาการระยะแรกมักไม่มีผลรุนแรงต่อสายตา ประมาณ […]